ประเทศจีนเปิดให้ทั่วโลกสามารถลงทุนในกลุ่มอุตสหกรรมได้มากยิ่งขึ้น

China is open to the world to invest more

หลังจากประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้กล่าวภายในงาน Boao Forum For Asia 2018 ว่า ปีนี้จีนจะเปิดให้นักลงทุนชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศจีนได้มากขึ้น จากหลายๆ อุตสาหกรรม ซึ่งล่าสุดก็มีความเคลื่อนไหวในเรื่องนี้เพิ่มมากขึ้นแล้ว

คณะกรรมการการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ (NDRC) เตรียมความพร้อมในการผ่อนคลายข้อกำหนด คือ การให้ชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนในธุรกิจต่างๆหลากรูปแบบ ในประเทศจีนได้อย่างสะดวกมากขึ้น ภายหลังจากที่สหรัฐและEU เคยออกมาว่ากล่าวประเทศจีนอย่างรุนแรง เรื่องการกีดกันธุรกิจ หรือแม้กระทั่งการลงทุนจากต่างประเทศก็สามารถทำได้ยาก รวมทั้งเรื่องของการถ่ายทอดเทคโนโลยีต่างๆ อีกด้วย จึงก่อให้เกิดความเสียเปรียบเป็นอย่างมาก โดยก่อนหน้านี้ทางการจีนได้เริ่มดำเนินการผ่อนคลาย ในเรื่องของการลงทุนของอุตสาหกรรมภาคการเงินและประกันภัยบ้างแล้ว โดยเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติเข้ามามีสัดส่วนในการถือหุ้นได้มากยิ่งขึ้น จึงทำให้สถาบันการเงินต่างชาติ เริ่มหันมาให้ความสนใจกลับเข้าไปทำธุรกิจในประเทศจีนอีกครั้ง อย่าง JPMorgan ธนาคารยักษ์ใหญ่ของสหรัฐที่ประกาศขายหุ้นบริษัทหลักทรัพย์ในประเทศจีนออกไปในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากไม่สามารถเข้าไปมีสัดส่วนในการบริหารได้ และขณะนี้จีนกำลังจะเปิดกว้างกับชาวต่างชาติ ในหลากหลายอุตสาหกรรมมากกว่าแต่ก่อน โดยอุตสาหกรรมที่จะเปิดให้ชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนได้มากขึ้น ได้แก่ อุตสาหกรรมการเกษตร เช่น การเพาะพันธุ์พืช เป็นต้น , อุตสาหกรรมพลังงาน เช่น  การไฟฟ้า, ปั๊มน้ำมัน เป็นต้น แม้กระทั่งอุตสาหกรรมจัดหาแร่ธาตุก็ยังเปิดรับเช่นกัน

ในธุรกิจอันหลากหลายที่ทางการจีนเปิดให้บริษัทต่างชาติเข้าไปลงทุนได้มากขึ้น จึงทำให้บริษัทชั้นนำระดับโลกอย่าง เช่น Exxon Mobil เกิดความสนใจเข้าไปเพิ่มการลงทุนให้มากยิ่งขึ้น เช่น ธุรกิจปั๊มน้ำมัน ซึ่งแรกเดิมบริษัทจีนจำเป็นต้องมีสัดส่วนถือหุ้นและบริหารเกิน 50% แต่จากการออกกฎใหม่นี้ส่งผลให้บริษัทต่างชาติถือหุ้นได้มากกว่าแต่ก่อน การที่จีนเปิดรับมากขึ้นส่วนหนึ่งมาจากสงครามการค้า โดย นาย Gai Xinzhe นักวิเคราะห์จาก Bank of China Institute of International Finance กล่าวว่า สาเหตุที่ออกกฎใหม่เช่นนี้ สาเหตุหนึ่งมาจากเรื่องของแรงกดดัน ซึ่งมาจากสงครามการค้า มิฉะนั้นประเทศจีนอาจโดนกล่าวหาเพิ่มว่า ยังคงมีกำแพงเรื่องต่างๆ จึงทำให้ชาวต่างชาติไม่อาจเข้ามาลงทุน หรือค้าขายได้ง่ายขึ้นเหมือนที่ทางการจีนเคยพูดไว้ ว่าจีนสนับสนุนการค้าขายแบบเสรี นอกจากนี้ยังได้มีการประกาศเพิ่มเติมอีกว่า จีนเหลืออุตสาหกรรมที่ไม่อนุญาตให้ชาวต่างชาติเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ รวมทั้งห้ามให้มีสิทธิ์ในการบริหารเหลือแค่ 48 ประเภทอุตสาหกรรมเท่านั้น เท่ากับว่าลดลงในช่วงที่ผ่านมาถึง 15 ประเภทอุตสาหกรรมเลยทีเดียว

Related posts