Slab ราคาในตลาดร่วงที่ยังคงต่ำกว่าราคา Billet

zgjh88-wsj

ในเดือนพฤษภาคม พบว่าการซื้อขาย Slab ในตลาดโลกอยู่ใต้แรงกดดันจากการที่ราคาของถ่านหินและสินแร่ลดลง บวกกับปัจจัยพื้นฐานได้อ่อนกำลังลง เพราะราคาเหล็กแบนในจีนลดต่ำลง นอกจากนี้ยังมีข้อมูลเพิ่มเติมมาว่า ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา การซื้อขาย Slab มีการชะลอตัวเนื่องจากมีความต้องการลดลง ส่งผลให้ราคาซื้อขาย Slab ลดลงอยู่ในราคาต่ำกว่าราคาซื้อขาย Billet เพราะต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ทั้งนี้การซื้อขาย Slab ในตะวันออกกลางรวมทั้งบางประเทศในแถบเอเชียชะลอตัวลง เพราะยังอยู่ในช่วงเดือนรอมฎอน ส่วนการซื้อขาย Billet ได้รับแรงช่วยเหลือจากราคาราคาเหล็กอันเพิ่มสูงขึ้นในประเทศจีน แต่อย่างไรก็ตามจากการเพิ่มขึ้นของราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนทั้ง HRC และ HRP ในประเทศจีนถือข่าวดีสำหรับราคาซื้อขาย Slab อันจะเกิดขึ้นในอนาคต ทางฝั่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงครึ่งแรกเดือนพฤษภาคม พบว่ามีผู้จอง Slab จากบราซิล รัสเซีย ไปยันผู้ผลิตรายอื่นๆในภูมิภาค ซึ่งราคาสั่งจองมีประมาณ $415-420 ต่อตัน เพราะราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนของจีนลดลง จึงทำให้ผู้ซื้อทั้งหลายต่างคาดคะแนว่าราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนจะตกลงไปประมาณ $400 ต่อตัน นอกจากนี้ ผู้ซื้อในอินโดนีเซียมีการสั่งจอง Slab จากบราซิลไป 40,000 ตัน ในราคาต่ำกว่า $405 ต่อตัน สำหรับการซื้อขาย Slab ของมาเลเซีย ผู้ซื้อในประเทศสั่งจอง Slab ไป 30,000 ตัน ในราคาซื้อขาย $400 ต่อตัน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาเสนอขาย Slab ส่วนราคา Slab ในบริเวณละตินอเมริกาตกลงมาอย่างมากในเดือนพฤษภาคม และเมื่อเร็วๆนี้ ผู้ผลิตในบราซิลยังได้ทำการลดราคาขายลงมาอยู่ที่ $380-385 ต่อตัน สินค้าจำนวนมากที่มาจากละตินอเมริกาได้ถูกจำหน่ายไปยังตุรกีและอิตาลีในราคาซึ่งต่ำกว่า $380 ต่อตัน ขณะเดียวกันการประเมินราคารายสัปดาห์ของ Metal Bulletin ที่ส่งออกจากลาตินอเมริกามีประมาณ $395-410 ต่อ อีกทั้งยังพบความผันผวนของราคา Slab ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ส่วนราคาต้นทุนของการขนส่งไปยังปลายทางอยู่ที่ 11-15 เหรียญต่อตันแต่ก็ขึ้นอยู่กับน้ำหนักด้วย โดยในเดือนมิถุนายนพบการติดขัดตามความต้องการของตลาดยุโรป…

Read More

จีนกำลังลดการผลิตเหล็กได้แล้วกว่า 85%

zgjh88-HRC price

โดยทาง NDRC ได้ออกมาเปิดเผยว่า นับตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2017 ที่ผ่านมา วงการอุตสาหกรรมเหล็กของจีนลดกำลังการผลิตลงได้จำนวน 42.4 ล้านตัน คิดเป็นเป็นร้อยละ 84.8 ของเป้าหมายที่ตั้งไว้ในปีนี้ และในเรื่องของกำลังการผลิตถ่านหินซึ่งสามารถลดได้ในช่วงที่ผ่านมาเป็นจำนวน 97 ล้านตัน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 65 ของเป้าหมายที่ได้วางเอาไว้ การลดกำลังการผลิตของจีนในปี 2017 นี้ส่งผลในด้านดีต่ออุตสาหกรรมเหล็กหากมองในภาพรวม ซึ่งส่งผลทำให้ราคาเหล็กของประเทศจีนมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นอย่างสูงในช่วงที่ผ่านมา อย่างราคาซื้อ-ขายเหล็ก rebar ในตลาดซื้อขายล่วงหน้าของ Shanghai Futures Exchange ได้ทำการปิดตลาด วันอังคารที่13 มิถุนายน ค.ศ. 2017 ราคาเพิ่มขึ้น 113 หยวน หรือ $16.6 แปลว่าราคาขึ้นมาอยู่ที่ 3,111 หยวน/ตัน โดยราคานี้ถือว่าเป็นเป็นราคาระดับราคาสูงสุด หากนับตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม 2017 เป็นต้นมา นอกจากนี้ราคาซื้อขายสินแร่ในตลาด Dalian Commodity Exchange ก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน เป็นร้อยละ 0.6 หรืออยู่ที่ 423 หยวน/ตัน สรุปแล้วราคาซื้อขาย Rebar และสินแร่ในตลาดล่วงหน้าจึงเป็นเครื่องมือบ่งชี้ความสำคัญของราคาเหล็กในประเทศจีน กาตัดสินใจลดกำลังการผลิตเหล็กและถ่านหินส่งผลอันดีงามต่ออุตสาหกรรมเหล็กในประเทศจีนเป็นอย่างมาก โดยเห็นได้ชัดเจนว่า บริษัทที่เป็นสมาชิกของ China Iron and Steel Association ได้กำไรไปจำนวน 32.9 พันล้านหยวน ตอน 4 เดือนแรกของปี 2017 หากเปรียบเทียบกับปีที่แล้วได้ขาดทุนไป 1.1 พันล้านหยวน สำหรับการลดอัตราการผลิตสินค้าในข้างต้น ได้ส่งผลให้มีการโยกย้ายแรงงานราวๆ 7 แสนคน ออกจากอุตสาหกรรมถ่านหิน และอีก 1.5 แสนคน ออกจากในอุตสาหกรรมเหล็ก แต่ทางการจีนก็เปิดเผยว่าทางรัฐบาลเองมั่นใจว่าจะสามารถดำเนินการตรงตามเป้าหมายอันได้กำหนดเอาไว้ ซึ่งก่อนหน้านี้…

Read More

เผยยอดการผลิตเหล็กดิบในเดือนเดือนพฤษภาคม 2017 ของจีนขยายตัวเพิ่มขึ้น 1.8%

zgjh88_XL

สถิติจำนวนการผลิตเหล็กดิบของจีน ในช่วงเดือน 5 ในปี 2017 มีอัตราการขยายตัว 1.8% หรือ 72.26 ล้านตัน ยอดเหล็กสำเร็จรูปอยู่ที่ 95.78 ล้านตัน มีการหดตัว 0.1% และ 1.9% y-o-y ตามลำดับ ในด้านยอดการผลิตเหล็กดิบเฉลี่ยออกมาเป็นรายวัน 2.331 ล้านตัน เท่ากับมีการลดลง 3.9% m-o-m ยอดการผลิต pig iron รวมทั้งสินค้าเหล็กสำเร็จรูปเฉลี่ยออกมาเป็นรายวัน 1.9913 ล้านตัน และ 3.0897 ล้านตัน นับว่าลดลงหากเทียบกับเดือนที่ผ่านมาได้ 4.5% และ 2.3% ตามลำดับ ส่วนยอดการผลิตเหล็กดิบ pig iron รวมทั้งสินค้าเหล็กสำเร็จรูปภายใน 5 เดือนแรกอยู่ที่ 346.83 ล้านตัน , 300.47 ล้านตัน และ 453.68 ล้านตัน เท่ากับเพิ่มขึ้น 4.4% 3.3% และ 0.8% ตามลำดับ สำหรับยอดการบริโภคเหล็กดิบของจีนในเดือน 5 ในปี 2017 มีจำนวน 66.04 ล้านตัน เรียกได้ว่าเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วจำนวน 3.91 ล้านตัน เท่ากับ 6.3% ส่วนยอดของเหล็กสำเร็จรูปอยู่ที่ 89.91 ล้านตัน ขยายตัว 0.6% y-o-y ‘ปีที่ผ่านมาคือ 27.53 ล้านตัน หรือ 9.5% ส่วนยอดการผลิตสินค้าเหล็กสำเร็จรูปอยู่ที่ 425.16 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 15.78 ล้านตัน หรือ 3.9%…

Read More

ราคาเหล็กเส้นในจีนพุ่งขึ้นสูงมาก

zgjh88_Steel

ราคาเหล็กเส้นจากประเทศจีน อาจพุ่งสูงขึ้นอย่างเนื่องในอีก 3 เดือนถัดจากนี้ เนื่องจากความต้องการในจีนสูงขึ้น ทางรัฐบาลยื่นมือเข้ามาช่วยควบคุมการผลิต Tata steel อีกทั้งยังออกมาเตือนผู้ใช้อย่าตื่นตระหนกเร่งสต็อกจนเกินไป หลังเดือนสิงหาคม ราคาอาจลดลง เพราะเข้าสู่ช่วงหน้าฝน แต่ในตอนนี้การผลิตจากโรงงานที่จีนซึ่งได้หยุดพักไป ได้ทยอยกลับมาผลิตอีกครั้ง จากราคาเหล็กที่สูงดังกล่าว เป็นไปตามกลไกลของราคาเหล็กโลกซึ่งได้มีการปรับให้สูงขึ้น อันมีปัจจัยต่อเนื่อง มาจากภาวะถดถอยของจีนในก่อนหน้านี้ จึงทำให้มีการใช้เหล็กในประเทศลดลง ทำให้เหล็กในประเทศล้นเป็นจำนวนมาก ขนาดที่เกินความต้องการกว่า 400 ล้านตัน ส่งผลให้ราคาเหล็กตกต่ำ ถึงรัฐบาลจะช่วยให้ส่งไปประเทศอื่นก็ตามที มันเป็นช่วงขาลง จนผู้ผลิตเหล็กจำนวน 22 ราย จากจำนวนทั้งหมด 33 ราย ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ต้องขาดทุนในปีที่ผ่านมา นอจากนี้หากรวมบริษัทซึ่งอยู่นอกตลาดด้วย ก็จะคิดเป็น 80 % ของผู้ผลิตเหล็กในประเทศจีนทั้งหมด ล้วนตกอยู่ในสภาพขาดทุนตามๆกันไป จึงเป็นสาเหตุในช่วงที่ผ่านมาจึงมีการปิดโรงงานผลิตเหล็กในประเทศจีนไปเป็นจำนวนมาก แต่ตอนนี้ที่ราคาเหล็กมีการปรับตัวสูงขึ้น ได้ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการซึ่งใช้เหล็กเส้นในประเทศไทย เกิดความวิตก และเร่งมือสั่งซื้อเพื่อนำมาสต็อกไว้ เนื่องจากกลัวว่าราคาจะมีการปรับตัวสูงขึ้นอีก จนก่อให้เกิดกระแสขาดแคลนเหล็กเส้น ทั้งที่ความจริงแล้ว มันเป็นความต้องการเทียมอันเกิดจากการเร่งสต็อกมากกว่า บวกกับความต้องการเหล็กเส้นมีแค่ 4 ล้านตัน/ปี แต่มีกำลังการผลิตถึง 7-8 ล้านตัน/ปี เพราะฉะนั้นในฐานะผู้ผลิตสามารถยืนยันได้ว่า การผลิตเหล็กเส้นในประเทศจะไม่ขาดแคลนอย่างแน่นอน อีกทั้งทางด้านสมาคมผู้ผลิตเหล็กทั้งหมด 7 องค์กร ได้ส่งหนังสือไปยังผู้แทนจำหน่ายทุกราย ทั้งนี้เพื่อเป็นการย้ำว่าต้องส่งสินค้าให้ตรงเวลา เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ลูกค้าเกิดความวิตกกับกระแสข่าวว่าเกิดความขาดแคลน เพราะฉะนั้นเมื่อมีกำลังการผลิตจากโรงงานจีนเพิ่มขึ้นมาอีกทาง ผสมกับความไม่เสถียรของการเก็งกำไร รวมทั้งการเข้าสู่หน้าฝน ล้วนมีโอกาสให้ราคาเหล็กเส้นปรับตัวลดลงได้อีก ส่วนคำถามว่าจะลงมาอยู่ในระดับใดนั้น ยังต้องดูตัวแปรอื่นๆประกอบเข้าไปอีก ทางด้านความต้องการใช้เหล็กของประเทศในปีนี้ อาจะมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นมา 5 % ตัน เพิ่มขึ้นมาจำนวน 17.5 ล้านตัน แน่นอนว่าปริมาณที่เพิ่มขึ้นมานี้ มาจากการผลิตในประเทศเป็นหลัก อีกทั้งการนำเข้าจากต่างประเทศจะลดน้อยลง เพราะทางภาครัฐออกมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดหรือ AD ออกมาปกป้องแล้ว

Read More

จีนเพิ่มความปลอดภัยโดยการปิดเหมืองถ่านหินขนาดเล็ก

zgjh88-abc

ทางรัฐบาลของประเทศจีนได้ออกมาประกาศความพร้อมในการเร่งดำเนินการเพื่อปิดเหมืองขนาดเล็กจำนวนมาก รวมทั้งมีการเพิ่มระดับการตรวจสอบความปลอดภัยอย่างคุมเข้ม สำหรับกระบวนการผลิตทั้ง 3 ปี ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เริ่มมีการเร่งการปิดเหมืองถ่านหินขนาดเล็กซึ่งมีอัตราการผลิตทั้งปีจำนวน 90,000 ตัน เพื่อเป็นการเพิ่มความปลอดภัยของเหมืองให้รอบคอบที่สุด ซึ่งการเร่งปิดเหมืองนี้จัดเป็นส่วนหนึ่งของแผนระยะ 5 ปี เพื่อช่วยยกระดับความปลอดภัยในขั้นตอนการผลิตของเหมืองถ่านหิน เพราะทางจีนต้องการลดอัตราของการเสียชีวิตของผู้คนบริสุทธิ์จำนวนมากหลังจากที่เกิดอุบัติเหตุในเหมืองถ่านหินมาแล้ว การควบคุมอุบัติเหตุซึ่งเกิดขึ้นภายในเหมืองถ่านหินจะเริ่มลงมือภายในปี 2020 จากข้อมูลที่ได้ทำการศึกษามาพบว่า ในประเทศจีนมีเหมืองทั้งหมดจำนวน 9,598 แห่ง จากจำนวนนี้มีเหมืองขนาดเล็กร้อยละ 45.5 ความน่ากลัวคือเหมืองเหล่านี้มีความปลอดภัยในระดับต่ำมาก นอกจากนี้อุปกรณ์รักษาความปลอดภัยก็มีน้อย จึงก่อให้เกิดอัตราการอุบัติเหตุสูงและบ่อยครั้ง การเสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่ผ่านมาพบว่าล้วนเกิดขึ้นในเหมืองถ่านหินเป็นจำนวนมาก เพราะถ่านหินเป็นผลิตภัณฑ์หลักของประเทศจีน การทำเหมืองเพื่อค้นหาถ่านหินของจีนมีอัตราเพิ่มสูงขึ้นถึง 3.75 พันล้านตัน ในปี 2015 ซึ่งถ้าเทียบกับ 3.24 พันล้านตันในปี 2010 จึงก่อให้เกิดการอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในเหมืองถ่านหินลดลงเหลือร้อยละ 75.4 จีนเตรียมกระตุ้นปิดเหมืองแร่ทั่วประเทศ เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการทำงานของผู้คน มีการออกมาแถลงว่า จีนจะดำเนินการปิดเหมืองแร่ซึ่งไม่ใช่เหมืองถ่านหิน จำนวนทั้งหมด 6,000 แห่ง ทั้งหมดนี้มีจุดประสงค์อันเป็นไปตามความพยายามในการช่วยลดอุบัติเหตุอันไม่คาดฝันรวมทั้งช่วยลดการสูญเสียชีวิตของผู้คนภายในปี 2020 จากการแถลงการณ์ของสำนักรัฐบาล ซึ่งทำการเผยแพร่ในวันศุกร์ ที่ 25 สิงหาคม เปิดเผยว่าเมืองปักกิ่งกำลังพยายามหาทางลดอุบัติเหตุอันเกิดขึ้นเป็นประจำ ขุดเหมืองแร่ต่างๆลงไป 15 เปอร์เซ็นต์จากระดับในปีค.ศ.2015 ภายในระยะเวลา 3 ปี ซึ่งจะมีการพัฒนากฎระเบียบข้อบังคับต่างๆในเรื่องของความปลอดภัยให้รัดกุมยิ่งขึ้นรวมทั้งเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบเหมืองต่างๆให้มากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว ส่วนสาเหตุของการเร่งปิดเหมือง เนื่องมาจากปี ค.ศ.2015 เกิดอันน่าสลดหลายต่อหลายครั้งเพราะมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุซึ่งเกิดขึ้นภายในเหมืองแร่ฯ เป็นจำนวนมากกว่า 500 คน แต่จากจำนวนดังกล่าวสามารถทำให้เกิดอุบัติเหตุลดลงลดลงจากปี ค.ศ.2010 กว่า 50 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้จากการตรวจสอบจึงทำให้พบกับเหมืองแร่ ที่ดำเนินธุรกิจอย่างผิดกฎหมายจำนวน 37,000 แห่งในปีเดียวกันนั่นเอง

Read More

ศุลกากรจีนเผยในเดือนพฤษภาคมได้มีการส่งออกเหล็กเพิ่มขึ้น 4.1%

zgjh88-Chinese Customs

จากการรายงานของหน่วยงานการบริหารงานทั่วไปจากศุลกากรจีน มีการค้นพบข้อมูลอันน่าสนใจว่า การส่งออกของผลิตภัณฑ์เหล็กจากประเทศจีน ในเดือนพฤษภาคม ปี 2017 มีจำนวนทั้งหมด 6.98 ล้านตัน ซึ่งมีการลดลง 2.44 ล้านตัน หากคิดเป็นเปอร์เซ็นต์อยู่ที่ 25.9% หากนำมาเปรียบเทียบในเดือนที่ผ่านมา และมีการเพิ่มจำนวนขึ้น 0.49 ล้านตัน หรือ 4.1% หากนำไปเปรียบเทียบกับเดือนก่อน ซึ่งการนำเข้าผลิตภัณฑ์เหล็กมีจำนวน 1.11 ล้านตัน เท่ากับเพิ่มขึ้นมา 20,000 ตัน เท่ากับ 1.8% หากเทียบในช่วงเวลาเดียวกันของเมื่อปีก่อน และมีจำนวนเพิ่มขึ้น 30,000 ตัน หากเปรียบเทียบในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ด้านของการส่งออกสะสม 5 เดือนแรกของปีนี้ มีจำนวน 34.19 ล้านตัน เป็นการลดจำนวน 11.83 ล้านตัน หรือ 25.7% หากเทียบในช่วงเวลาเดียวกันเมื่อปีก่อน การนำเข้าสะสม 5 เดือนมีจำนวน 5.67 ล้านตัน มีการเพิ่มจำนวนขึ้น 0.35 ล้านตัน หรือ 6.5% หากเทียบในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ส่วนยอดการนำเข้าสินแร่เหล็กในเดือนพฤษภาคม จำนวน 91.52 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากเดือนที่แล้ว 9.29 ล้านตัน นอกจากนี้ยังเพิ่มขึ้น 9.29 ล้านตัน เท่ากับเพิ่มขึ้น 5.5% หากเปรียบเทียบในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นสรุปได้ว่าระดับราคานำเข้าเฉลี่ยมีราคา 504.38 หยวน/ตัน ยอดการนำเข้าสินแร่สะสมของ 5 เดือนแรกในปีนี้ เป็นจำนวน 444.57 ล้านตัน เท่ากับเพิ่มขึ้น 32.69 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้นเป็น 7.9% หากเทียบในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นระดับราคานำเข้าเฉลี่ยในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้อยู่ที่ 545.22 หยวน/ตัน…

Read More

ส.ท่อเหล็กถึงกับร้อง หลังถูกสอบจีนเลี่ยงท่อน้ำมัน

zgjh88-naom

พาณิชย์ ออกโรงปกป้องผู้ผลิตท่อเหล็กไทย 4 ชาติ จีน มาเลเซีย เกาหลีใต้ ไต้หวัน ต่อ 5 ปี ทางด้านสมาคมผู้ผลิตเหล็กแปรรูปเหล็กแผ่น ร้องเรียนขอให้รัฐได้ใช้มาตรการ AD ชั่วคราวเพื่อสกัดท่อเหล็กของทางเวียดนาม ภายหลังจากการพบจีนสวมสิทธิ์ หลีกเลี่ยงการนำเข้าเป็น ท่อน้ำมัน API ทำให้ยอดนำเข้าเพิ่มเป็น 100% นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ออกมาเปิดเผยว่า ใน วันที่ 9 มิถุนายน ค.ส. 2560 ที่ประชุม ทตอ.เรียกเก็บอากรเพื่อตอบโต้การทุ่มตลาด หรือ AD ของธุรกิจเหล็กแผ่นรีดร้อนจากจีนและมาเลเซียเป็นเวลา 5 ปี เหล็กจากจีนในอัตราเดิมคือ 30.91% ของราคา C.I.F ส่วนเหล็กจากมาเลเซีย 23.57-42.51% ของราคา C.I.F บวกกับเรียกอากร AD สินค้าหลอด รวมทั้งท่อที่ทำจากเหล็กจากจีนและเกาหลีใต้ 5 ปี ซึ่งเก็บจากจีนในอัตรา 3.22 -66.01% ของราคา C.I.F และเกาหลีใต้ อัตรา 3.49-53.88% ของราคา C.I.F โดยการใช้มาตรการ AD เป็นการทำตามขั้นตอน รวมทั้งใช้วิธีไต่สวนตามกฎระเบียบ พิจารณาจากหลักฐานตามความเป็นจริงของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ WTO ได้มีมติต่อร่างกรณีการไต่สวน AD เหล็กแผ่นรีดร้อนจากเกาหลี ซึ่งให้ทำการยุติการไต่สวน เพราะในช่วงระยะเวลาดังกล่าว มีการทุ่มตลาดจริง แต่ไม่ได้เป็นการสร้างความเสียหายให้แก่อุตสาหกรรมภายใน ซึ่งปัญหานี้จะมีการรับฟังความเห็นกันต่อไป โดยทางสมาคมผู้ผลิตท่อโลหะ เห็นด้วยกับทั้งมาตรการเกี่ยวกับเหล็กรีดร้อน เนื่องจากขณะนี้เหล็กรีดร้อนจากจีนรวมทั้งท่อเหล็ก ได้ส่งออกมาทุ่มตลาดเป็นจำนวนมากในหลายๆประเทศ ไม่ใช่แค่ไทยอย่างเดียว แต่รวมไปถึงสหรัฐ สหภาพยุโรป ซึ่งในๆหลายประเทศได้งัดมาตรการต่างๆ ออกมาใช้ เช่น AD, Safeguard, Anticircumvention, CVD…

Read More

Trump จะใช้มาตรการ AD ในวงการ การค้าเหล็กอีกครั้ง

zgjh88-measure

ประธานาธิบดี Donald trump ได้ทำการอนุมัติคำสั่ง ในเรื่องของการให้สืบค้นว่าสินค้าเหล็กที่นำเข้ามาจากต่างประเทศได้ส่งผลร้ายต่ออุตสาหกรรมเหล็กในประเทศอเมริกาหรือไม่ ซึ่งคำสั่งดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้กฎหมายทางการค้า ในปี ค.ศ. 1962 ซึ่งมีการระบุว่าประธานาธิบดี Donald Trump มีพลังอำนาจในการยกเลิกสินค้านำเข้าที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ พิธีลงนามนี้เกิดขึ้น ณ ทำเนียบขาวพร้อมกับผู้บริหารซึ่งเป็นตัวแทนมาจากบริษัทผลิตเหล็กของสหรัฐฯ หลายบริษัท อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดี Donald Trump ยืนยันว่าการตรวจสอบในครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับจีนเลย ซึ่งจีนถูกกล่าวหามาโดยตลอดว่าทำการทุ่มตลาดเหล็กในประเทศสหรัฐฯ ด้วยการขายเหล็กราคาถูก ในขณะเดียวกันทาง IMF ออกมากล่าวว่ายินดีที่จะได้ทำงานร่วมกับรัฐบาลของประธานาธิบดี Donald Trump ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี Donald Trump กล่าวหาในหลายๆ ประเทศว่าเอามีการเอาเปรียบทางด้านการค้าต่อสหรัฐฯ ส่งผลให้คนอเมริกันตกงานจำนวนมาก รวมทั้งอาจมีการใช้นโยบายเพื่อทำการเพิ่มภาษีสินค้านำเข้า เป็นการกีดกันสินค้าจากประเทศเหล่านั้น จนทำให้หลายๆ ฝ่ายเกิดความไม่สบายใจว่าจากการกระทำในครั้งนี้อาจนำไปสู่มาตรการปกป้องผู้ประกอบการในประเทศ แต่ทาง IMF ออกมากล่าวว่าจะยังคงสนับสนุนการค้าแบบเปิดกว้าง รวมทั้งทำให้การค้าระหว่างประเทศมีความอิสระและยุติธรรม นอกจากนี้ยังต่อต้านนโยบายปกป้องผู้ประกอบการในประเทศอีกด้วย เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี Donald Trump ได้ออกมากล่าวว่า ขณะนี้ทางคณะบริหารของตนกำลังจะประกาศตอบโต้ในการทุ่มตลาดเพื่อเป็นการหยุดการนำเข้าเหล็กราคาถูกจากต่างประเทศ ในวันต่อมา รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า หากตรวจสอบแล้วพบว่าการนำเข้าสินค้าเหล็กจากต่างประเทศสามารถสร้างความเสียหายและส่งผลกระทบต่อความมั่นคง จะมีการใช้นโยบายเข้ามาแก้ไข เช่น เพิ่มอัตราภาษี และจำกัดโควต้าการนำเข้า หรืออาจจะทั้ง 2 มาตรการ ในขณะนี้ทางคณะทำงานฝ่ายบริหารกำลังตรวจสอบการทะลักเข้ามาอย่างเป็นจำนวนมหาศาลของสินค้าเหล็กและอะลูมิเนียมจากต่างประเทศ อันสร้างความเสียหายให้แก่ผู้ผลิตในสหรัฐฯเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความมั่นคงของชาติ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องจัดการอย่างเร่งด่วน ทางกระทรวงพาณิชย์ก็แจ้งผลการสรุปเรื่องการตอบโต้ทุ่มตลาดรวมทั้งการอุดหนุนสินค้าเหล็ก มีการคาดการณ์ว่าจะสามารถสรุปผลได้ภายในสิ้นสัปดาห์ หากฟังเจตนารมณ์ของนโยบายนี้ดูเหมือนว่าทางสหรัฐฯ กำลังแก้ปัญหาในเรื่องของการผลิตเหล็กส่วนเกินจากต่างประเทศจีน แต่ถึงอย่างไรก็ตามการกระทำในครั้งนี้ ได้สร้างความเครียดให้แก่ประเทศคู่ค้าของสหรัฐฯ ในหลายๆประเทศ รวมถึงไปถึงประเทศแคนาดาด้วย ซึ่งแคนาดามีจำนวนการส่งออกอะลูมิเนียมไปยังสหรัฐฯ อย่างขยายตัวเพิ่มขึ้น ประมาณ 9.3% ในปีที่ผ่านมา

Read More

ตลาดเหล็ก,อลูมิเนียมมีสั่นคลอน หลังทรัมป์จะออกกฎหมายของตลาดเหล็กใหม่เร็วๆ นี้

zgjh88_usa-trump-steel

ประธานาธิบดี Donald Trump ได้ออกมาเปิดเผยว่า ทางสหรัฐกำลังจะเร่งมือออกกฎหมายฉบับใหม่เพื่อเป็นการตอบโต้การทุ่มตลาดเหล็กรวมทั้งอลูมิเนียมจากชาติอื่นๆ นาย Donald Trump กล่าวในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ว่า ทางสหรัฐจะทำการเร่งมืออย่างเต็มที่ในการเพิ่มบทบัญญัติมาตรการตอบโต้ในเรื่องของการส่งออกตลาดเหล็กกับอลูมิเนียมซึ่งมีราคาถูกในประเทศ เพราะจากปัญหาดังกล่าวมันได้สร้างผลกระทบต่อแรงงานชาวอเมริกันเป็นอย่างมาก สำนักข่าว kyodo รายงานว่า จากมาตรการตอบโต้ดังกล่าวมันได้ฉายให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งได้มีการลงมือสืบสวนในการทุ่มตลาดของผลิตภัณฑ์เหล็กและอลูมิเนียมซึ่งนำเข้ามาจากต่างประเทศ นอกจากนี้ยังรวมถึงปริมาณการผลิตเหล็กซึ่งเป็นส่วนเกินของประเทศจีน รวมทั้งการนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมที่มีการเพิ่มขึ้นอันเนื่องมาจากการให้เงินอุดหนุนของรัฐบาล ด้านนาย Sean Spicer ผู้เป็นโฆษกของทำเนียบขาว ระบุว่า นาย Wilbur Ross รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐ อาจจะเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการทบทวนมาตรการดังกล่าวภายในสัปดาห์นี้ นาย Sean Spicer กล่าวว่าหากการพิจารณาทบทวนครั้งนี้สิ้นสุดลง ก็จะมีการยื่นร่างกฎหมายดังกล่าวต่อสภา Congress ในการจัดการกับปัญหาของการทุ่มตลาดในผลิตภัณฑ์สินค้าจำพวก เหล็ก , อลูมิเนียม , สินค้าอื่นๆ อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลของนาย Donald Trump ได้ประกาศใช้มาตรการควบคุมการนำเข้าเหล็กรวมทั้งสินค้าชนิดอื่นๆ เมื่อไหร่ มันก็อาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการชาวญี่ปุ่นที่มีความต้องการส่งเหล็กไปยังสหรัฐ ซึ่งนาย Donald Trump เคยประกาศออกมาว่าให้ลดการขาดดุนทางการค้าของสหรัฐ เพื่อให้หันมาสร้างงานในภาคการผลิตแทน ภายใต้นโยบายทางด้านเศรษฐกิจ อีกทั้งยังมีความต้องการในการเจรจาทางด้านการค้ากับจีนและแม็กซิโกใหม่อีกด้วย โดยมีการเปิดเผยจากทางสำนักข่าวออกมาว่า คำสั่งฉบับใหม่ที่ว่านี้เป็นผลมาจากกการนำเข้าแบบทุ่มตลาดอันมีราคาตกต่ำกว่าทุน รวมทั้งได้รับเงินอุดหนุนอย่างมาเป็นทำจากรัฐบาลของต่างชาติหรือไม่นั่นเอง นั่นหมายความว่าจะก่อให้เกิดการเก็บภาษีนำเข้าเพิ่ม แต่ไม่ว่าการตัดสินใจใดๆก็ตาม ในเรื่องของการกำหนดมาตรการลงโทษ ล้วนขึ้นอยู่กับผลที่สอบออกมา ไม่ใช่มีการสรุปเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยก่อนหน้านี้สำนักข่าวแห่งหนึ่งได้เปิดเผยออกมาว่าคำสั่งฉบับนี้พุ่งเป้าตรงไปที่เหล็กกล้ากับอลูมิเนียม นับเป็น 2 ภาคอุตสาหกรรมที่ต้องทำการปกป้องจากการนำเข้ามาจากจีน นอกจากนี้ยังได้มีการระบุอีกว่าคำสั่งฉบับนี้อาจพุ่งไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านซึ่งผู้ผลิตจากเกาหลีใต้รวมทั้งโรงงานในจีนล้วนมีการครอบครองส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ด้วย

Read More

อุตสาหกรรมเหล็กในจีน รัสเซีย อินเดีย และและ กำลังจะฟื้นตัวในเร็วนี้

zgjh88_picture-md

อุตสาหกรรมเหล็กระดับโลกเริ่มส่อแววว่ากำลังจะมีการฟื้นตัวดีขึ้นกว่าเดิม หรือดีขึ้นกว่าในช่วงต้นปี 2017 เนื่องจากยอดการผลิตเหล็ก 4 เดือนแรกของปีนี้พบว่าเพิ่มขึ้นประมาณ 5.2% หากเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา จะพบว่าจำนวนการผลิตเหล็กสะสมคือ 550.8 ล้านตัน ซึ่งได้รับแรงผลักดันจากหลายประเทศ ทำให้จำนวนการผลิตเหล็กดิบทั้งของจีน , สหรัฐฯ , เยอรมัน , อินเดีย ล้วนมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ โดยทางผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ หรือ PMI ยอดการสั่งซื้อในเดือนพฤษภาคม ปี 2017 ของประเทศหลักๆ เรียกได้ว่ามีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งมีคำสั่งซื้อสินค้าอันเกิดขึ้นจริงดีกว่าผลที่ได้มาจากการสำรวจเสียอีก หากพูดถึงอัตราการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมในด้านการผลิตส่อผลดีต่ออุตสาหกรรมเหล็ก อย่างในภาคอุตสาหกรรมการผลิตของจีน มีการขยายตัวถึง 6.5% , ของสหรัฐมีการขยายตัว 2.2% , ของเยอรมันมีการขยายตัว 1.8% , ของรัสเซียมีการขยายตัว 2.4% ตัวเลขทั้งหมดนี้คือข่าวดี ซึ่งได้มีการใช้จ่ายไปกับการลงทุนทางด้านโครงสร้างพื้นฐานต่างๆด้วย เช่น การเปลี่ยนสะพานเก่าให้เป็นสะพานใหม่ รวมทั้งโครงสร้างเก่าอื่นๆ เช่น การสร้างถนน การสร้างทางรถไฟอันใหม่ การสร้างเมืองใหม่ในประเทศจีน สร้างท่าเรือใหม่ นำไปสร้างท่อส่งน้ำมัน จากความต้องการทั้งหมดนี้จึงส่งผลทำให้ต้องการใช้เหล็กเพิ่มมากขึ้น หากพูดถึงอุตสาหกรรมยานยนต์หรือกอุตสาหกรรมทางด้านอื่นๆ พบว่ามีสัดส่วนการบริโภคอยู่ที่ 25% ถือว่ามีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ส่วนหนึ่งมาจาก ราคาน้ำมันเบนซินลดลง รายได้เพิ่มขึ้น มีการขนส่งคมนาคมสะดวกมากขึ้น รวมทั้งราคาสินค้าซึ่งสามารถนำมาแข่งขันได้ โดยเฉพาะในแทบยุโรป , สหรัฐอเมริกา , ญี่ปุ่น นอกจากนี้ราคาของวัตถุดิบผันผวนน้อยลง เพราะราคาของสินแร่และถ่านมีการลดลงอย่างรวดเร็วเพียงแค่ไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ ซึ่งราคาสินแร่และถ่านโค้กมีราคาเฉลี่ยประมาณ $55-60 ต่อตัน ได้มีการประเมินว่าราคาของวัตถุดิบจะลดลงอีกในไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ สาเหตุมาจากความต้องการเหล็กในประเทศจีนมีแนวโน้มว่าจะลดลง ทางด้านการทำงานของบริษัทผลิตเหล็กระดับแนวหน้า เช่น Baosteel, Nippon and Mitsubishi , Severstal ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้มีการบ่งบอกในเรื่องของการฟื้นตัวทางการเงินที่ดีขึ้น ส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์รวมทั้งสถาบันทางการเงินเจ้าอื่นๆ ของประเทศต่างๆ ที่ทำการปล่อยกู้ให้กับต่างผ่อนคลายความกังวลในเรื่องของการผิดนัดชำระหนี้ สรุปแล้วภาพรวมในปีนี้นักวิเคราะห์หลายท่าน…

Read More