ของปลอมจากจีน บุกจับโรงงานทำถุงยาง สกัดไม่ให้ขายตามตู้และโรงแรม

Counterfeit from China

ประเทศจีนถือว่าเป็นแหล่งโรงงานชั้นดีของโลกส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าทรัพยากรของเค้ามีล้นเหลือ รวมถึงจุดสำคัญอย่างแรงงานคนที่มีเยอะมากแถมราคาไม่แพงอีกด้วย นั่นทำให้สินค้าแบรนด์ระดับโลกหลายอย่างต่างไปตั้งโรงงานในจีนเพื่อลดต้นทุน อาจจะดีแต่ในทางเดียวกันมันกลับทำให้จีนเองเป็นแหล่งผลิตสินค้าผิดลิขสิทธิ์ของปลอมมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกด้วย ล่าสุดมีการทลายโรงงานผลิตถุงยางอนามัยกันแล้ว เรื่องราวอันน่าเหลือเชื่อ ข่าวครั้งนี้เปิดเผยโดยสำนักข่าว ซินหัว ของจีน รายงานบอกว่าตำรวจในเมืองเหวินโจว มณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน ได้รับรายงานจากสายข่าวว่ามีโรงงานผลิตถุงยางอนามัยปลอมในเมือง ทำให้ตำรวจต้องเข้าไปตรวจกลับพบว่าเป็นเรื่องจริง โรงงานดังกล่าวได้ผลิตถุงยางอนามัยปลอมอย่างมาก พวกเค้าพบการผลิตถุงยางอนามัยพร้อมกับเอามันไปใส่กล่องแบรนด์ดังอย่าง ดูเร็กซ์, โอกาโมโต้ เพื่อวางขายอีกด้วย จำนวนมหาศาล การทำโรงงานปลอมถุงยางอนามันในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเรื่องเล็กเลย รายงานข่าวยังบอกต่อไปว่าตอนเข้าไปตรวจสอบพบว่ามีถุงยางอนามัยที่ทำเสร็จแล้วพร้อมจะส่งออกมากถึง 500,000 ชิ้นคิดเป็นเงินประมาณ 50 ล้านหยวน ตีเป็นเงินไทยประมาณ 238 ล้านบาท ถือว่าเป็นจำนวนเงินที่สูงมาก ยังไม่นับถุงยางอนามัยอีกมากมายที่ส่งออกไปแล้ว ถุงยางพวกนี้ไปไหน สำหรับถุงยางอนามัยปลอมเหล่านี้ เราอาจจะสงสัยว่าพวกมันไปไหน คำตอบก็คือ มันจะไปอยู่ตามโรงแรมระดับไม่ถึง 3 ดาว หรือ โรงแรมราคาถูกทั่วไป โรงแรม หรือ ซุปเปอร์มาร์เก็ตราคาถูกขนาดเล็ก ขนาดกลาง กลุ่มคนเหล่านี้ต้องการลดต้นทุนให้ได้มากที่สุด ทำให้เลือกใช้ถุงยาอนามัยราคาถูกเพื่อลดต้นทุน และหารายได้เสริมจากการขายถุงยางอนามัยปลอม(ราคาเต็ม) เป็นทางเลือกอีกอย่างหนึ่ง เพราะต้นทุนการทำถุงยางอนามัยปลอมนั้นอยู่ที่ราคาไม่ถึงสามหยวนเท่านั้น อันตรายจากของปลอม การใช้ของปลอมนั้นเรารู้อยู่แล้วว่าผิดกฎหมาย ผิดลิขสิทธิ์ แต่ความจริงแล้วมีอันตรายมากกว่านั้นด้วย ยิ่งเป็นถุงยางอนามัยที่ถือว่าเป็นเครื่องมือทางการแพทย์อย่างหนึ่ง ถุงยางอนามัยยิ่งสำคัญเลย เพราะว่ามันเกี่ยวข้องกับสุขภาพของคนใช้ด้วย เมื่อเราใช้ถุงยางอนามัยผิดกฎหมายแบบนี้อาจจะทำให้ผู้ใช้เกิดโรคทางเพศสัมพันธ์ หรือ โรคเกี่ยวกับอวัยวะเพศได้เลย ยังไม่รวมถึงการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ไม่สามารถทำได้เลย เพราะถุงยางนี้ทำมาจากยางที่ไม่ได้คุณภาพ สารหล่อลื่นอะไรก็ไม่รู้ ก็หวังว่าถุงยางอนามัยปลอมแบบนี้จะไม่มาระบาดในบ้านเรานะ ทางหนึ่งที่จะช่วยได้ก็คือ ควรซื้อถุงยางอนามัยกับแหล่งที่เชื่อถือได้ รวมถึงซื้อถุงยางอนามัยในตอนที่พร้อม จะได้สังเกตสินค้าได้อย่างถ้วนถี่

Read More

จีนเตรียมตัวรับมือการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ

Economic slowdown

การขยายตัวของเศรษฐกิจจีนปี 2019 ส่อแววมีการลดลงมาอยู่ในระดับ 6.1-6.2% จากปี 2018 ซึ่งขยายตัว 6.6% เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่า ผลกระทบอันเกิดจากการที่สหรัฐปรับขึ้น โดยเฉพาะภาษีสินค้านำเข้าจากประเทศจีน จะเริ่มส่งผลร้ายต่อเศรษฐกิจ บวกกับการชะลอของเศรษฐกิจภายใน ซึ่งทำให้เกิดปัญหาหนี้เสีย รวมทั้งเกิดการชะลอตัวของการลงทุน ประเทศจีนเตรียมตัวรับมือกับเศรษฐกิจ ที่ส่อแววไม่ค่อยเข้าเค้า ในเรื่องของความขัดแย้งทางการค้าระหว่างประเทศสหรัฐกับประเทศจีน ที่เริ่มมีการพูดคุยกันในเดือนมกราคม ล่าสุดมีข่าวว่าทั้ง 2 ประเทศนี้อาจเข้าใกล้บรรลุข้อตกลงทางการค้าบางอย่าง โดยประเทศจีนได้ยื่นข้อเสนอปรับลดภาษีนำเข้า และหย่อนกฎระเบียบทางด้านการนำเข้าสินค้าการเกษตร, เคมีภัณฑ์, รถยนต์ รวมทั้งสินค้าอื่นๆ จากประเทศสหรัฐ ในขณะที่ประเทศสหรัฐอาจยกเลิกการเรียกเก็บภาษีเกือบทั้งหมด ซึ่งบังคับใช้กับจีนตั้งแต่ปี 2018 ส่วนสภาพเศรษฐกิจภายในของจีน ก็ยังมีทิศทางยับยั้งอยู่ สำหรับในภาคอุตสาหกรรม ก็แสดงให้เห็นจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ อยู่ในระดับต่ำกว่า 50 ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา อันเป็นปรากฏการณ์แสดงให้เห็นถึงการถดถอยอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรม ทำให้การใช้จ่ายของผู้บริโภคก็ชะลอตัวลงเช่นกัน โดยการประชุมสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติจีน ในวันที่ 5 มีนาคม 2019 รัฐบาลจีนได้แสดงความกระตุ้นทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจจีนกำลังชะลอตัว อีกทั้งยังต้องเผชิญหน้ากับความเสี่ยงนานาชนิด เพราะฉะนั้น คุณประเทศจีนจึงจำเป็นต้องเตรียมรับมือ กับนโยบายเศรษฐกิจหลักๆ ในปีนี้ 2019 นี้ได้แก่… เป้าหมายการผลักดันเศรษฐกิจในปี 2019 6-6.5% ลดลงจากปี 2018 ประมาณ 6.5 % เพิ่มการขาดดุลจาก 2.6% ของ GDP เป็น 2.8% ลดภาษีบริษัทเอกชนรวมเป็นจำนวน 298,000 ล้านดอลลาร์ ปรับลดภาษีประเภทสินค้าอุตสาหกรรม 3% รวมทั้งสินค้าอื่นๆ เช่น เกษตร, เคมีภัณฑ์, บริการ จำนวน 1% เพิ่มจำนวนให้รัฐบาลท้องถิ่นออกแบงก์ ให้เพิ่มขึ้นเป็น 2.15 ล้านล้านหยวนในปี 2019 เพื่อนำมาลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน สร้างตำแหน่งงานใหม่ 11…

Read More

ประเทศจีนเปิดให้ทั่วโลกสามารถลงทุนในกลุ่มอุตสหกรรมได้มากยิ่งขึ้น

China is open to the world to invest more

หลังจากประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้กล่าวภายในงาน Boao Forum For Asia 2018 ว่า ปีนี้จีนจะเปิดให้นักลงทุนชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศจีนได้มากขึ้น จากหลายๆ อุตสาหกรรม ซึ่งล่าสุดก็มีความเคลื่อนไหวในเรื่องนี้เพิ่มมากขึ้นแล้ว คณะกรรมการการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ (NDRC) เตรียมความพร้อมในการผ่อนคลายข้อกำหนด คือ การให้ชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนในธุรกิจต่างๆหลากรูปแบบ ในประเทศจีนได้อย่างสะดวกมากขึ้น ภายหลังจากที่สหรัฐและEU เคยออกมาว่ากล่าวประเทศจีนอย่างรุนแรง เรื่องการกีดกันธุรกิจ หรือแม้กระทั่งการลงทุนจากต่างประเทศก็สามารถทำได้ยาก รวมทั้งเรื่องของการถ่ายทอดเทคโนโลยีต่างๆ อีกด้วย จึงก่อให้เกิดความเสียเปรียบเป็นอย่างมาก โดยก่อนหน้านี้ทางการจีนได้เริ่มดำเนินการผ่อนคลาย ในเรื่องของการลงทุนของอุตสาหกรรมภาคการเงินและประกันภัยบ้างแล้ว โดยเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติเข้ามามีสัดส่วนในการถือหุ้นได้มากยิ่งขึ้น จึงทำให้สถาบันการเงินต่างชาติ เริ่มหันมาให้ความสนใจกลับเข้าไปทำธุรกิจในประเทศจีนอีกครั้ง อย่าง JPMorgan ธนาคารยักษ์ใหญ่ของสหรัฐที่ประกาศขายหุ้นบริษัทหลักทรัพย์ในประเทศจีนออกไปในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากไม่สามารถเข้าไปมีสัดส่วนในการบริหารได้ และขณะนี้จีนกำลังจะเปิดกว้างกับชาวต่างชาติ ในหลากหลายอุตสาหกรรมมากกว่าแต่ก่อน โดยอุตสาหกรรมที่จะเปิดให้ชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนได้มากขึ้น ได้แก่ อุตสาหกรรมการเกษตร เช่น การเพาะพันธุ์พืช เป็นต้น , อุตสาหกรรมพลังงาน เช่น  การไฟฟ้า, ปั๊มน้ำมัน เป็นต้น แม้กระทั่งอุตสาหกรรมจัดหาแร่ธาตุก็ยังเปิดรับเช่นกัน ในธุรกิจอันหลากหลายที่ทางการจีนเปิดให้บริษัทต่างชาติเข้าไปลงทุนได้มากขึ้น จึงทำให้บริษัทชั้นนำระดับโลกอย่าง เช่น Exxon Mobil เกิดความสนใจเข้าไปเพิ่มการลงทุนให้มากยิ่งขึ้น เช่น ธุรกิจปั๊มน้ำมัน ซึ่งแรกเดิมบริษัทจีนจำเป็นต้องมีสัดส่วนถือหุ้นและบริหารเกิน 50% แต่จากการออกกฎใหม่นี้ส่งผลให้บริษัทต่างชาติถือหุ้นได้มากกว่าแต่ก่อน การที่จีนเปิดรับมากขึ้นส่วนหนึ่งมาจากสงครามการค้า โดย นาย Gai Xinzhe นักวิเคราะห์จาก Bank of China Institute of International Finance กล่าวว่า สาเหตุที่ออกกฎใหม่เช่นนี้ สาเหตุหนึ่งมาจากเรื่องของแรงกดดัน ซึ่งมาจากสงครามการค้า มิฉะนั้นประเทศจีนอาจโดนกล่าวหาเพิ่มว่า ยังคงมีกำแพงเรื่องต่างๆ จึงทำให้ชาวต่างชาติไม่อาจเข้ามาลงทุน หรือค้าขายได้ง่ายขึ้นเหมือนที่ทางการจีนเคยพูดไว้ ว่าจีนสนับสนุนการค้าขายแบบเสรี นอกจากนี้ยังได้มีการประกาศเพิ่มเติมอีกว่า จีนเหลืออุตสาหกรรมที่ไม่อนุญาตให้ชาวต่างชาติเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ รวมทั้งห้ามให้มีสิทธิ์ในการบริหารเหลือแค่ 48 ประเภทอุตสาหกรรมเท่านั้น เท่ากับว่าลดลงในช่วงที่ผ่านมาถึง…

Read More

แหล่งสินค้าจีน แหล่งผลิตในจีน สถานที่ผลิตสินค้าจีนที่สำคัญๆ

Major Chinese production sites

ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าในชั่วโมงนี้สินค้าจากจีนกำลังมาแรง นั่นเป็นเพราะจุดเด่นของสินค้าจีนอยู่ที่ความหลากหลายของชนิดสินค้า เกรดและดีไซน์ และที่สำคัญคือราคาที่มีให้เลือกหลายระดับราคา ลงทุนนำไปขายแล้วได้กำไรมาก ขายง่าย ใครที่กำลังมองหาลู่ทางอละกหาสินค้าจากจีนมาลงทุนธุรกิจละก็ ลองมาดูแหล่งผลิตและสถานที่ผลิตสำคัญ ๆ ของสินค้าจีนด้วยกัน 1. แหล่งผลิตสินค้าอิเล็กโทรนิค สินค้าอิเล็กโทรนิคประเภท โทรศัพท์มือถือ อะไหล่ เครื่องเล่นดีวีดี กล้อง ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ไอทีต่าง ๆ แหล่งผลิตใหญ่อยู่ที่เมืองเสิ่นเจิ้น แต่ถ้าเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าจะมีแหล่งผลิตใหญ่ที่เมืองกวางโจว มณฑลกวางตุ้ง อีกแหล่งคือเมืองหลิงโปว มณฑลเจ้อเจียง เซี่งไฮ้ 2. เครื่องปั้นดินเผา แก้ว แหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาแหล่งใหญ่จะอยู่ที่เมืองซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง มีทั้งแก้ว ของใช้จากเซรามิก ตุ๊กตาปั้นต่าง ๆ 3.สินค้าประเภทไม้ เป็นสินค้าที่ทำจากไม้เป็นวัตถุดิบทุกปรัเภท เช่นไม้แกะสลัก กรอบรูป ของใช้ต่าง ๆ จากไม้ ชามไม้ ช้อนไม้ ของตกแต่งจากไม้ เหล่านี้มีแหล่งผลิตใหญ่อยู่ที่ เมืองต่งหยาง เซี่ยงไฮ้ ถ้าเข้าไปเดินเลือกจะเห็นว่ามีสินค้าจากไม้หลายเกรดมากตั้งแต่ราคาถูกไปจนถึงแพงมาก ๆ อย่างของสะสมเป็นต้น 4.เสื้อผ้า เป็นสินค้าที่คนไทยนิยมไปซื้อมากที่สุด เราสามารถซื้อแล้วแพ็คลงตู้คอนเทนเนอร์กลับมาไทยก็ได้ แต่ต้องระวังในการบรรจุหีบห่อไม่ให้ถูกเปลี่ยนของข้างในด้วย แหล่งขายส่งเสื้อผ้าใหญ่ที่สุดของจีนก็คือ เมืองกวางโจวในเขตนครกวางตุ้ง 5 มุกและอัญมณี หยก มีตลาดที่ชื่อว่าตลาดซูกี่ อยู่ในมกหานครเซ่ยงไฮ้ ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องมุกและของประดับต่าง ๆ ที่ทำจากมุกและยังมีอัญมณีในแบบจีน ๆ แต่ถ้าเป็นหยกจะมีขายอยู่มาก เป็นแหล่งของหยกเลยก็ต้องที่เมืองกวางโจว 6.ชุดชั้นใน ของเล่น สินค้าทั่งวไปแบบทุกอย่าง 20 และของก็อปปี้ ของประเภทพวกนี้นั้น ถ้าบ้านเราก็ต้องไปในย่านสำเพ็ง พาหุรัด แต่ที่จีนมีแยกแล้วแต่เมืองแล้วแต่ของ ได้แก่ สินค้าของใช้เบ็ดเตล็ด 20 บ้านแหล่งออยู่ที่เมืองอู่อี้ ของเล่นต่าง ๆ มีมากที่ซัวเถา ของก็อปปี้แหล่งอยู่เมืองกวางโจว ชุดชั้นในมีเยอะที่ซัวเถาและกวางโจว ตามแหล่งที่ได้แนะนำมาเป็นแหล่งของสินค้าประเภทนั้น ๆ ก็จริง แต่ในตอนนี้ที่จีนก็มีการกระจายแหล่งผลิตไปยังเมืองต่าง…

Read More

10 แบรนด์สินค้าจากประเทศจีนที่มีมูลค่ามากที่สุด

10 most valuable brands from China

อย่างที่ทราบกันถึงความเปลี่ยนไปของความเคลื่อนไหวในด้านเศรษฐกิจและการค้าโลกว่า ในปัจจุบันยักษ์ใหญ่ที่มีอิทธิพลในด้านธุรกิจมากที่สุดไม่ใช่แประเทศอย่าง สหรัฐอเมริกาหรือญี่ปุ่นอีกต่อไป แต่สินค้าทุกอย่างได้ถูกผลิตและนำเข้าจากประเทศจีน ประเทศจีนเป็นแหล่งผลิตและฐานการผลิตสินค้าที่ใหญ่ที่สุดของโลกมานานหลายปีแล้ว แต่เดิมนั้นจีนมีบทบาทสำคัญจำกัดอยู่ที่การเป็นฐานการผลิตสินค้าเพื่อป้อนให้กับบริษัทแม่ที่อยู่ต่างประเทศ ทำให้แบรนด์ที่จ้างผลิตสินค้านั้นเป็นแบรนด์ของประเทศต่างๆ ที่เป็นที่รู้จักกัน มีเพียงเครดิตว่า Made in china เท่านั้นที่ติดอยู่ แต่ในช่วง 10 ปีหลังมานี้ ประเทศจีนได้เปลี่ยนโฉมหน้าในการทำแผนเศรษฐกิจใหม่ ไม่เพียงแต่จะยังคงเป็นฐานการผลิตให้กับสินค้าจากต่างประเทศเท่านั้น แต่ยังได้ผลิตสินค้าในแบรนด์ของตัวเอง คือแบรนด์ที่มียี่ห้อและชื่อเป็นของจีนอย่างชัดเจน จากเดิมที่ของจีนไม่ได้รับความนิยมเพราะถูกมองว่าเป็นสินค้าคุณภาพต่ำ แต่ปัจจุบันชาวโลกได้ยอมรับสินค้าจากจีนมากขึ้น ด้วยเหตุผลที่ว่า สินค้าจากจีนมีหลายเกรดให้เลือกที่มีคุณภาพสูงก็มีให้เลือกบริโภคเลือกซื้อหาเช่นกัน เหตุผลสำคัญมากไปกว่านั้นก็คือสินค้าจากจีนมีราคาค่อนข้างถูกจึงสามารถทำกำไรได้มากถ้านำเข้าเพื่อไปขายต่อ ทำให้เกิดแบรนด์ต่างๆ และประเภทสินค้าต่างๆ มากมายในจีน สำหรับผู้ที่สนใจสินค้าจากจีน ได้มีการจัดอันดับจากองค์กรของจีนเองซึ่งเป็นที่ยอมรับ ถึงอันดับของแบรนด์สินค้าจีนที่มีมูลค่ามากที่สุด มีความนิยมมากที่สุดไว้ 10 รายการคือ 1. Changhai Lao Miao Jewelry เป็นร้านขายเครื่องประดับและอัญมณีที่มีสาขาถึง 62 สาขาและมีแฟรนด์ไชส์ 200 สาขาไปทั่วประเทศจีน ทำยอดขายได้มากถึง 5.27 พันล้านหยวน 2. China Quanjude Group เป็นแบรนด์ธุรกิจร้านอาหารภัตตาคารเป็ดย่างแบบสูตรเป็ดปักกิ่ง มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วประเทศจีน มีเมนูให้เลือกรับประทานมากถึง 400 เมนูมีมูลค่าการตลาด 9.11 พันล้านหยวน 3. Anhui Yingjia Group เป็นบริษัทผลิตไวน์จากมณฑลอันหุ่ยที่มีชื่อเสียง มีมูลค่าธุรกิจ 13.54 พันล้านหยวน 4. Shanxi Xinghuacun Fenjiu Group เนบริษัทไวน์จากมณฑลซานซี มีมูลค่าการตลาด 15.93 พันล้านหยวน 5. Dongeejiao Pharmaceutical.co.Ltd เป็นบริษัทยาและอของบำรุงสุขภาพตำรับดั้งเดิมโบราณของจีน มีมูลค่าการตลาด 34.05 พันล้านหยวน 6. Tsingtao Brewery CoLltd บริษัทเบียร์ยักษ์ใหญ่ของจีน มูลค่าการตลาด 35.79 พันล้านหยวน…

Read More

EU หาทางป้องกันการทะลักของสินค้าเหล็ก จากสหรัฐฯ

zgjh88-PHOTO

จากแหล่งข่าวได้เปิดเผยว่า ปัจจุบันคณะกรรมาธิการยุโรปหรือ EU กำลังอยู่ในการพิจารณาแนวทางรวมทั้งมาตรการป้องกันตนเอง เพื่อช่วยลดผลกระทบจากการทะลักของสินค้าจำพวกเหล็ก จากการที่สหรัฐอเมริกา ใช้มาตรา 232 ของกฎหมาย Trade Expansion Act of 1962 โดยจะมีการประกาศการใช้ภายในอาทิตย์หน้า ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นาย Wilbur Ross ได้ออกมากล่าวถึงขันตอนการไต่สวนของสินค้าเหล็กนำเข้าซึ่งสร้างผลกระทบต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา และนาย Wilbur Ross ได้ให้ความเห็นว่าอาจจะมีการใช้นโยบายทางการค้าระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น เช่น การเพิ่มอัตราภาษี , การจำกัดโควต้าการนำเข้า หรืออาจจะเป็นทั้ง 2 มาตรการเลยก็ได้ ส่วนทางด้านผู้ผลิตเหล็กของยุโรปต่างก็ออกมาเรียกร้องรวมทั้งแสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์ดังกล่าวว่า หากประธานาธิบดี Donald Trump ประกาศใช้นโยบายดังกล่าวจริงอาจจะก่อให้เกิด คลื่นยักษ์สึนามิของวงการเหล็ก หรือ การล้นทะลักอย่างมหาศาลของสินค้าเหล็ก ซึ่งเข้ามาในตลาดยุโรปแน่นอนว่ามันต้องเป็นการสร้างความเสียหายให้กับผู้ผลิตในยุโรปเป็นจำนวนมากเลยทีเดียว ทางแหล่งข่าวเชื่อว่าสำหรับเหตุการณ์นี้ทาง EU น่าจะมีการตอบสนองต่อนโยบายดังกล่าวนี้เหมือนกับในมัยตอนที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้เช่นเดียวกันในปี ค.ส. 2002 ซึ่งตอนนั้นประธานาธิบดี George W bush ของสหรัฐฯ ได้อาศัยอำนาจของกฎหมายมาตรา 201 เพื่อประกาศเพิ่มภาษีนำเข้าเหล็กเป็นจำนวน 30% ในระยะเวลา 3 ปี มาตรานี้ถูกใช้สำหรับการนำเข้าสินค้าเหล็กจำนวน 8 ชนิด จากทั้ง 16 ประเทศ ต่อมาในปี ค.ส. 2012 ทาง EU ได้ออกมาโต้ตอบด้วยการกำหนดโควต้าการนำเข้าสินค้าเหล็กโดยไม่เลือกปฏิบัติ ซึ่งก็คือ กำหนดให้ปริมาณโควตาเหล็กที่นำเข้าในปี ค.ส. 2002 ให้ไม่เกินปริมาณนำเข้าเหล็กของในปี ค.ส. 2001 แต่ในตอนนี้ทางยุโรปก็ยังไม่ได้ตอบสนองต่อข้อเรียกร้องดังกล่าวจากผู้ผลิตเหล็ก ต่อมานักเศรษฐศาสตร์คนหนึ่งซึ่งเขาเคยทำงานเป็นที่ปรึกษาให้กับประธานาธิบดีของสหรัฐรุ่นเก่าๆ ได้ส่งหนังสือไปยังทำเนียบขาวโดยระบุว่า ท่านกำลังใช้อำนาจตามมาตรา 232 เพื่อทำการจัดเก็บภาษีนำเข้าเหล็ก เนื่องจากเชื่อว่ามันเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ จึงส่งหนังสือมาขอเรียกร้องให้ยุติการดำเนินการเช่นนี้ ต่อมาสำนักข่าว Xinhua ได้รายงานว่า เมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมา…

Read More

จีนกำลังลดการผลิตเหล็กได้แล้วกว่า 85%

zgjh88-HRC price

โดยทาง NDRC ได้ออกมาเปิดเผยว่า นับตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2017 ที่ผ่านมา วงการอุตสาหกรรมเหล็กของจีนลดกำลังการผลิตลงได้จำนวน 42.4 ล้านตัน คิดเป็นเป็นร้อยละ 84.8 ของเป้าหมายที่ตั้งไว้ในปีนี้ และในเรื่องของกำลังการผลิตถ่านหินซึ่งสามารถลดได้ในช่วงที่ผ่านมาเป็นจำนวน 97 ล้านตัน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 65 ของเป้าหมายที่ได้วางเอาไว้ การลดกำลังการผลิตของจีนในปี 2017 นี้ส่งผลในด้านดีต่ออุตสาหกรรมเหล็กหากมองในภาพรวม ซึ่งส่งผลทำให้ราคาเหล็กของประเทศจีนมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นอย่างสูงในช่วงที่ผ่านมา อย่างราคาซื้อ-ขายเหล็ก rebar ในตลาดซื้อขายล่วงหน้าของ Shanghai Futures Exchange ได้ทำการปิดตลาด วันอังคารที่13 มิถุนายน ค.ศ. 2017 ราคาเพิ่มขึ้น 113 หยวน หรือ $16.6 แปลว่าราคาขึ้นมาอยู่ที่ 3,111 หยวน/ตัน โดยราคานี้ถือว่าเป็นเป็นราคาระดับราคาสูงสุด หากนับตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม 2017 เป็นต้นมา นอกจากนี้ราคาซื้อขายสินแร่ในตลาด Dalian Commodity Exchange ก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน เป็นร้อยละ 0.6 หรืออยู่ที่ 423 หยวน/ตัน สรุปแล้วราคาซื้อขาย Rebar และสินแร่ในตลาดล่วงหน้าจึงเป็นเครื่องมือบ่งชี้ความสำคัญของราคาเหล็กในประเทศจีน กาตัดสินใจลดกำลังการผลิตเหล็กและถ่านหินส่งผลอันดีงามต่ออุตสาหกรรมเหล็กในประเทศจีนเป็นอย่างมาก โดยเห็นได้ชัดเจนว่า บริษัทที่เป็นสมาชิกของ China Iron and Steel Association ได้กำไรไปจำนวน 32.9 พันล้านหยวน ตอน 4 เดือนแรกของปี 2017 หากเปรียบเทียบกับปีที่แล้วได้ขาดทุนไป 1.1 พันล้านหยวน สำหรับการลดอัตราการผลิตสินค้าในข้างต้น ได้ส่งผลให้มีการโยกย้ายแรงงานราวๆ 7 แสนคน ออกจากอุตสาหกรรมถ่านหิน และอีก 1.5 แสนคน ออกจากในอุตสาหกรรมเหล็ก แต่ทางการจีนก็เปิดเผยว่าทางรัฐบาลเองมั่นใจว่าจะสามารถดำเนินการตรงตามเป้าหมายอันได้กำหนดเอาไว้ ซึ่งก่อนหน้านี้…

Read More

จีนเพิ่มความปลอดภัยโดยการปิดเหมืองถ่านหินขนาดเล็ก

zgjh88-abc

ทางรัฐบาลของประเทศจีนได้ออกมาประกาศความพร้อมในการเร่งดำเนินการเพื่อปิดเหมืองขนาดเล็กจำนวนมาก รวมทั้งมีการเพิ่มระดับการตรวจสอบความปลอดภัยอย่างคุมเข้ม สำหรับกระบวนการผลิตทั้ง 3 ปี ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เริ่มมีการเร่งการปิดเหมืองถ่านหินขนาดเล็กซึ่งมีอัตราการผลิตทั้งปีจำนวน 90,000 ตัน เพื่อเป็นการเพิ่มความปลอดภัยของเหมืองให้รอบคอบที่สุด ซึ่งการเร่งปิดเหมืองนี้จัดเป็นส่วนหนึ่งของแผนระยะ 5 ปี เพื่อช่วยยกระดับความปลอดภัยในขั้นตอนการผลิตของเหมืองถ่านหิน เพราะทางจีนต้องการลดอัตราของการเสียชีวิตของผู้คนบริสุทธิ์จำนวนมากหลังจากที่เกิดอุบัติเหตุในเหมืองถ่านหินมาแล้ว การควบคุมอุบัติเหตุซึ่งเกิดขึ้นภายในเหมืองถ่านหินจะเริ่มลงมือภายในปี 2020 จากข้อมูลที่ได้ทำการศึกษามาพบว่า ในประเทศจีนมีเหมืองทั้งหมดจำนวน 9,598 แห่ง จากจำนวนนี้มีเหมืองขนาดเล็กร้อยละ 45.5 ความน่ากลัวคือเหมืองเหล่านี้มีความปลอดภัยในระดับต่ำมาก นอกจากนี้อุปกรณ์รักษาความปลอดภัยก็มีน้อย จึงก่อให้เกิดอัตราการอุบัติเหตุสูงและบ่อยครั้ง การเสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่ผ่านมาพบว่าล้วนเกิดขึ้นในเหมืองถ่านหินเป็นจำนวนมาก เพราะถ่านหินเป็นผลิตภัณฑ์หลักของประเทศจีน การทำเหมืองเพื่อค้นหาถ่านหินของจีนมีอัตราเพิ่มสูงขึ้นถึง 3.75 พันล้านตัน ในปี 2015 ซึ่งถ้าเทียบกับ 3.24 พันล้านตันในปี 2010 จึงก่อให้เกิดการอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในเหมืองถ่านหินลดลงเหลือร้อยละ 75.4 จีนเตรียมกระตุ้นปิดเหมืองแร่ทั่วประเทศ เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการทำงานของผู้คน มีการออกมาแถลงว่า จีนจะดำเนินการปิดเหมืองแร่ซึ่งไม่ใช่เหมืองถ่านหิน จำนวนทั้งหมด 6,000 แห่ง ทั้งหมดนี้มีจุดประสงค์อันเป็นไปตามความพยายามในการช่วยลดอุบัติเหตุอันไม่คาดฝันรวมทั้งช่วยลดการสูญเสียชีวิตของผู้คนภายในปี 2020 จากการแถลงการณ์ของสำนักรัฐบาล ซึ่งทำการเผยแพร่ในวันศุกร์ ที่ 25 สิงหาคม เปิดเผยว่าเมืองปักกิ่งกำลังพยายามหาทางลดอุบัติเหตุอันเกิดขึ้นเป็นประจำ ขุดเหมืองแร่ต่างๆลงไป 15 เปอร์เซ็นต์จากระดับในปีค.ศ.2015 ภายในระยะเวลา 3 ปี ซึ่งจะมีการพัฒนากฎระเบียบข้อบังคับต่างๆในเรื่องของความปลอดภัยให้รัดกุมยิ่งขึ้นรวมทั้งเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบเหมืองต่างๆให้มากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว ส่วนสาเหตุของการเร่งปิดเหมือง เนื่องมาจากปี ค.ศ.2015 เกิดอันน่าสลดหลายต่อหลายครั้งเพราะมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุซึ่งเกิดขึ้นภายในเหมืองแร่ฯ เป็นจำนวนมากกว่า 500 คน แต่จากจำนวนดังกล่าวสามารถทำให้เกิดอุบัติเหตุลดลงลดลงจากปี ค.ศ.2010 กว่า 50 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้จากการตรวจสอบจึงทำให้พบกับเหมืองแร่ ที่ดำเนินธุรกิจอย่างผิดกฎหมายจำนวน 37,000 แห่งในปีเดียวกันนั่นเอง

Read More

ศุลกากรจีนเผยในเดือนพฤษภาคมได้มีการส่งออกเหล็กเพิ่มขึ้น 4.1%

zgjh88-Chinese Customs

จากการรายงานของหน่วยงานการบริหารงานทั่วไปจากศุลกากรจีน มีการค้นพบข้อมูลอันน่าสนใจว่า การส่งออกของผลิตภัณฑ์เหล็กจากประเทศจีน ในเดือนพฤษภาคม ปี 2017 มีจำนวนทั้งหมด 6.98 ล้านตัน ซึ่งมีการลดลง 2.44 ล้านตัน หากคิดเป็นเปอร์เซ็นต์อยู่ที่ 25.9% หากนำมาเปรียบเทียบในเดือนที่ผ่านมา และมีการเพิ่มจำนวนขึ้น 0.49 ล้านตัน หรือ 4.1% หากนำไปเปรียบเทียบกับเดือนก่อน ซึ่งการนำเข้าผลิตภัณฑ์เหล็กมีจำนวน 1.11 ล้านตัน เท่ากับเพิ่มขึ้นมา 20,000 ตัน เท่ากับ 1.8% หากเทียบในช่วงเวลาเดียวกันของเมื่อปีก่อน และมีจำนวนเพิ่มขึ้น 30,000 ตัน หากเปรียบเทียบในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ด้านของการส่งออกสะสม 5 เดือนแรกของปีนี้ มีจำนวน 34.19 ล้านตัน เป็นการลดจำนวน 11.83 ล้านตัน หรือ 25.7% หากเทียบในช่วงเวลาเดียวกันเมื่อปีก่อน การนำเข้าสะสม 5 เดือนมีจำนวน 5.67 ล้านตัน มีการเพิ่มจำนวนขึ้น 0.35 ล้านตัน หรือ 6.5% หากเทียบในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ส่วนยอดการนำเข้าสินแร่เหล็กในเดือนพฤษภาคม จำนวน 91.52 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากเดือนที่แล้ว 9.29 ล้านตัน นอกจากนี้ยังเพิ่มขึ้น 9.29 ล้านตัน เท่ากับเพิ่มขึ้น 5.5% หากเปรียบเทียบในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นสรุปได้ว่าระดับราคานำเข้าเฉลี่ยมีราคา 504.38 หยวน/ตัน ยอดการนำเข้าสินแร่สะสมของ 5 เดือนแรกในปีนี้ เป็นจำนวน 444.57 ล้านตัน เท่ากับเพิ่มขึ้น 32.69 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้นเป็น 7.9% หากเทียบในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นระดับราคานำเข้าเฉลี่ยในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้อยู่ที่ 545.22 หยวน/ตัน…

Read More

Trump จะใช้มาตรการ AD ในวงการ การค้าเหล็กอีกครั้ง

zgjh88-measure

ประธานาธิบดี Donald trump ได้ทำการอนุมัติคำสั่ง ในเรื่องของการให้สืบค้นว่าสินค้าเหล็กที่นำเข้ามาจากต่างประเทศได้ส่งผลร้ายต่ออุตสาหกรรมเหล็กในประเทศอเมริกาหรือไม่ ซึ่งคำสั่งดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้กฎหมายทางการค้า ในปี ค.ศ. 1962 ซึ่งมีการระบุว่าประธานาธิบดี Donald Trump มีพลังอำนาจในการยกเลิกสินค้านำเข้าที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ พิธีลงนามนี้เกิดขึ้น ณ ทำเนียบขาวพร้อมกับผู้บริหารซึ่งเป็นตัวแทนมาจากบริษัทผลิตเหล็กของสหรัฐฯ หลายบริษัท อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดี Donald Trump ยืนยันว่าการตรวจสอบในครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับจีนเลย ซึ่งจีนถูกกล่าวหามาโดยตลอดว่าทำการทุ่มตลาดเหล็กในประเทศสหรัฐฯ ด้วยการขายเหล็กราคาถูก ในขณะเดียวกันทาง IMF ออกมากล่าวว่ายินดีที่จะได้ทำงานร่วมกับรัฐบาลของประธานาธิบดี Donald Trump ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี Donald Trump กล่าวหาในหลายๆ ประเทศว่าเอามีการเอาเปรียบทางด้านการค้าต่อสหรัฐฯ ส่งผลให้คนอเมริกันตกงานจำนวนมาก รวมทั้งอาจมีการใช้นโยบายเพื่อทำการเพิ่มภาษีสินค้านำเข้า เป็นการกีดกันสินค้าจากประเทศเหล่านั้น จนทำให้หลายๆ ฝ่ายเกิดความไม่สบายใจว่าจากการกระทำในครั้งนี้อาจนำไปสู่มาตรการปกป้องผู้ประกอบการในประเทศ แต่ทาง IMF ออกมากล่าวว่าจะยังคงสนับสนุนการค้าแบบเปิดกว้าง รวมทั้งทำให้การค้าระหว่างประเทศมีความอิสระและยุติธรรม นอกจากนี้ยังต่อต้านนโยบายปกป้องผู้ประกอบการในประเทศอีกด้วย เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี Donald Trump ได้ออกมากล่าวว่า ขณะนี้ทางคณะบริหารของตนกำลังจะประกาศตอบโต้ในการทุ่มตลาดเพื่อเป็นการหยุดการนำเข้าเหล็กราคาถูกจากต่างประเทศ ในวันต่อมา รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า หากตรวจสอบแล้วพบว่าการนำเข้าสินค้าเหล็กจากต่างประเทศสามารถสร้างความเสียหายและส่งผลกระทบต่อความมั่นคง จะมีการใช้นโยบายเข้ามาแก้ไข เช่น เพิ่มอัตราภาษี และจำกัดโควต้าการนำเข้า หรืออาจจะทั้ง 2 มาตรการ ในขณะนี้ทางคณะทำงานฝ่ายบริหารกำลังตรวจสอบการทะลักเข้ามาอย่างเป็นจำนวนมหาศาลของสินค้าเหล็กและอะลูมิเนียมจากต่างประเทศ อันสร้างความเสียหายให้แก่ผู้ผลิตในสหรัฐฯเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความมั่นคงของชาติ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องจัดการอย่างเร่งด่วน ทางกระทรวงพาณิชย์ก็แจ้งผลการสรุปเรื่องการตอบโต้ทุ่มตลาดรวมทั้งการอุดหนุนสินค้าเหล็ก มีการคาดการณ์ว่าจะสามารถสรุปผลได้ภายในสิ้นสัปดาห์ หากฟังเจตนารมณ์ของนโยบายนี้ดูเหมือนว่าทางสหรัฐฯ กำลังแก้ปัญหาในเรื่องของการผลิตเหล็กส่วนเกินจากต่างประเทศจีน แต่ถึงอย่างไรก็ตามการกระทำในครั้งนี้ ได้สร้างความเครียดให้แก่ประเทศคู่ค้าของสหรัฐฯ ในหลายๆประเทศ รวมถึงไปถึงประเทศแคนาดาด้วย ซึ่งแคนาดามีจำนวนการส่งออกอะลูมิเนียมไปยังสหรัฐฯ อย่างขยายตัวเพิ่มขึ้น ประมาณ 9.3% ในปีที่ผ่านมา

Read More