เศรษฐกิจโลก รายงานข่าวปัจจุบันว่าภาวะเป็นอย่างไร

The world economy

เศรษฐกิจเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากไม่ว่าจะเป็นระดับครัวเรือน ระดับภาค ระดับประเทศ จนถึงระดับประเทศ ปัจจัยที่เกิดขึ้นในระดับต่างส่งผลต่อเนื่องกระทบกันเป็นลูกโซ่ เพื่อให้เราเตรียมตัวรับมือกับภาพรวมเศรษฐกิจของปีนี้ได้ เรามาดูกันว่าแนวโน้มเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร บางเรื่องอาจจะมองว่าไกลตัวแต่ผลกระทบของมันจะเกิดขึ้นกับเราแบบไม่รู้ตัวก็ได้ ระเบียงเศรษฐกิจ EEC ปัจจัยตัวแรกที่จะส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยในภาพรวมก็คือ ระเบียบเศรษฐกิจ EEC โครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่ภาครัฐวางแผนเอาไว้ ยิ่งครึ่งหลังของปีจะยิ่งส่งผลให้เห็นการกระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่านี้ จับตาดูโครงการสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โครงการซ่อม สร้าง เกี่ยวกับสนามบิน และอากาศยาน ยังไม่รวมถึงโครงการอุตสาหกรรมเกี่ยวกับ S-curve อุตสาหกรรมยานยนต์ ปิโตรเคมี เครื่องใช้ไฟฟ้า และอีกมากมาย โครงการเหล่านี้จะทำให้เกิดการสร้างงานอีกมากมายในอนาคต สงครามการค้าสหรัฐ – จีน สงครามการค้าระหว่างสหรัฐ และ จีน กลายเป็นหัวข้อสำคัญทางเศรษฐกิจที่หลายประเทศเป็นห่วงมาก รวมถึงไทยด้วย สงครามการค้าครั้งนี้ปีนี้เหมือนจะลดระดับลงมาแต่เป็นเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น ไทยเรายังได้รับอิทธิพลของสงครามนี้ทางอ้อมจากการที่เราเองไม่สามารถส่งออกวัตถุดิบไปจีนเพื่อผลิตเป็นสินค้าไปอเมริกาได้ ทำให้ภาคการส่งออกรับผลกระทบไปมากพอสมควร หากสงครามนี้ยังดำเนินต่อไปทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น คงต้องมาดูกันว่า เราจะวางแผนจัดการเรื่องนี้อย่างไร การท่องเที่ยวไม่เฟี้ยวเหมือนเดิม เครื่องยนต์สำคัญที่ผลักดันเศรษฐกิจไทยไปด้านหน้า ก็คือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นตัวจักรในการดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในไทยและต่างประเทศให้เข้ามาลงเม็ดเงิน ปีนี้ต้องบอกว่า การท่องเที่ยวของไทยไม่เฟี้ยวเหมือนเดิม นอกจากข่าวคราวทางลบที่เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวแล้ว ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ภาวะฝุ่น pm 2.5 คืออุปสรรคตัวใหญ่ที่ขวางกั้นอยู่ นักท่องเที่ยวพอเห็นข่าวนี้ก็ไม่มีใครอยากมาแล้ว แม้ว่าตอนนี้เรื่องนี้จะเบาบางลงไปก็ตามทีในกรุงเทพ แต่ทางภาคเหนือเรื่องนี้กำลังเป็นปัญหาใหญ่ที่ทางการต้องจัดการ อัตราดอกเบี้ย เหตุการณ์สำคัญเรื่องหนึ่งที่มองข้ามไปไม่ได้เลย คือ การประกาศปรับดอกเบี้ยให้สูงขึ้นของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) การขึ้นอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ส่งผลให้เศรษฐกิจทั่วโลกเกิดการขยายตัวไปด้วย ซึ่งผลจะเกิดภาพชัดเจนตอนครึ่งปีหลัง ตรงนี้รวมถึงไทยด้วย ต้องมาดูว่าธนาคารแต่ละแห่งจะเดินเกมอย่างไรต่อการปรับดอกเบี้ยในครั้งนี้ การปรับตัวของธนาคารไทย เปลี่ยนก่อนถูกบังคับให้เปลี่ยน เป็นวลีที่ใช้ได้เสมอ ปีนี้ธนาคารไทยเองมีการปรับตัวให้เห็นชัดกันหลายกรณีเลยเพื่อตอบสนองต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปเยอะ หากไม่เปลี่ยนบอกเลยว่าอยู่ไม่ได้แน่นอน อย่างเช่น การรวมกิจการระหว่างธนาคารทหารไทย กับ ธนาคารธนชาติ บอกตามตรงว่าไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นได้ แต่ก็เกิดขึ้นมาแล้ว อีกเคสหนึ่งธนาคารไทยพาณิชย์ที่แม้ว่าจะมีสาขาเยอะ ตู้เอทีเอ็มเยอะ แต่ก็ยังต้องเปลี่ยนตัวเองไปรวมกับ 7-11 เพื่อให้บริการด้านการเงินเลย ต้องมาดูว่าการปรับตัวธนาคารไทยจะมีอะไรตามมาอีก นั่นส่งผลต่อวิธีการใช้เงินของเราแน่นอน

Read More

ทำไมอุตสาหกรรมจีนกำลังมาแรง แซงทางโค้ง

Why is Chinese industry so strong

หากย้อนไปเมื่อ 20 ปีที่แล้ว หลายประเทศในโลก คงอาจไม่คิดว่า ‘ประเทศจีน’ จะขึ้นมาเป็นมังกรผงาดเหมือนเช่นทุกวันนี้ อีกทั้งสินค้าจากประเทศแดง ก็มักถูกมองเป็นสินค้าเกรดล่าง แต่ปัจจุบันนี้จีนได้กลายเป็นฐานการผลิตขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ถึงขนาดผู้ผลิตสินค้าชั้นนำต่างประเทศ ก็พากันเข้ามาลงทุนการผลิต ณ ประเทศจีนกันทั้งสิ้น ส่งผลให้จีนถือครองสัดส่วน GDP ถึง 50% เลยทีเดียว จากพื้นที่ภูมิประเทศอันมีขนาดกว้างขวางอีกทั้งยังมีประชากรจำนวนมากถึง 1,412,193,126 คน ในปี ค.ศ. 1978 เติ้งเสี่ยวผิง ได้ทำการปฏิรูปประเทศด้วยการไปเยี่ยมประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ไทย, สิงคโปร์ เป็นต้น และได้มีการลงความเห็นว่าการที่จีนจะสามารถเติบโตได้นั้น จำเป็นต้องเปิดประเทศ พร้อมสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาธุรกิจในหลายรูปแบบ รวมถึงเพิ่มการลงทุนจากต่างชาติ ทำให้มีการเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษจำนวน 4 พื้นที่ ได้แก่ เซินเจิ้น, จูไห่, ซัวเถา และเซียเหมิน บวกกับจีนมีต้นทุนการผลิตต่ำ, มีจำนวนแรงงานมากมาย และสิ่งสำคัญคือ การส่งออกสินค้าไม่ต้องเสียภาษี ปัจจุบันนี้ได้จีนขึ้นแท่นกลายเป็นประเทศอุตสาหกรรมหลักของโลก สามารถดึงดูดทั้งนักลงทุนด้วยการผลิตอันหลากหลายรูปแบบ ทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ต่อมาเมื่อมีผู้ผลิตจำนวนมากกระจุกอยู่รวมกัน จึงทำให้เกิดความพร้อม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแรงงาน, วัตถุดิบ, เทคโนโลยี อีกทั้งยังมีการควบคุมคุณภาพ จากบริษัทแม่ซึ่งตั้งอยู่ในต่างประเทศ ทำให้สินค้าจากจีนมีมาตรฐานใกล้เคียงกับการผลิตเดิมหรือบางธุรกิจมีคุณภาพดีกว่าด้วยซ้ำ เมืองเซินเจิ้น หนึ่งในเมืองอุตสาหกรรมของจีน เป็นเมืองที่เจริญเติบโตได้ไวที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ เป็นเมืองหลวงแห่งการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ของโลก อีกทั้งยังเต็มไปด้วยศูนย์วิจัยจากผู้ผลิตชั้นนำต่างๆ เช่น Samsung, Cannon, Sony เป็นต้น เมืองเซินเจิ้น นอกจากจะเป็นแหล่งผลิตและพัฒนาเทคโนโลยีชั้นเยี่ยมแล้ว ผู้คนก็ยังสามารถหาซื้อสินค้าได้อย่างสะดวกคล้ายคลึงกับบ้านหม้อของประเทศไทย แต่มีของครบกว่าและมีพื้นที่ใหญ่กว่ามาก ประเทศจีนสามารถคิดค้นพร้อมลงมือผลิตสินค้าได้เร็วกว่าฝั่งตะวันตก แต่หลายครั้งก็ไม่อาจนำออกสู่ตลาดก่อนได้เพราะติดปัญหาบางอย่าง ในปัจจุบันต้นทุนการผลิตเริ่มเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ผู้ผลิตหลายรายนำหุ่นยนต์มาใช้ เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยขณะที่ต้นทุนด้านชิ้นส่วนหรือวัสดุต่างๆ ยังคงมีราคาไม่สูงมากเท่าไหร่ จากการกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงจากการตัดสินใจของ เติ้งเสี่ยวผิง จึงทำให้ประเทศจีนเปลี่ยนโฉมหน้าได้อย่างรวดเร็ว กลายเป็นประเทศมั่งคั่งร่ำรวยเพียงช่วงเวลาไม่กี่สิบปี ทำให้เกิดนวัตกรรมอันทัดเทียมสามารถพร้อมจะก้าวข้ามนานาชาติไปได้ในพริบตา

Read More

บึงธาตุหลวง เขตเศรษฐกิจที่น่าจับตามอง

zgjh88_img.ryltm

ช่วง 10 ปีหลังมานี่ต้องยอมรับกันตามตรงเลยว่าบ้านเราไม่ใช่แหล่งสวรรค์ชั้นเยี่ยมของเหล่านักลงทุนจากต่างประเทศอีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทรัพยากร การเมืองและอีกมากมาย ทำให้หลายประเทศเริ่มเบนเข็มไปยังประเทศข้างเคียงที่ยังอุดมสมบูรณ์มากกว่า อย่างเช่น บึงธาตุหลวง เขตเศรษฐกิจแห่งใหม่ของอาเซียน ดูไบแห่งอาเซียน บึงธาตุหลวง กำลังจะเป็นมหานครชั้นนำคล้ายกับเมืองดูไบเลยทีเดียว เนื่องจากเค้ามีการวางโปรเจกขนาดใหญ่เพื่อพัฒนาบึงธาตุหลวงตรงนี้ ให้เป็นศูนย์รวมของประเทศและภูมิภาคอาเซียนเลยไม่ว่าจะเป็น โรงแรมระดับ 3-5 ดาว หอประชุมระดับนานาชาติ โรงเรียนนานาชาติ ช็อปปิ้งเซนเตอร์ หมู่บ้านจัดสรร คอนโดมิเนียม และสิ่งปลูกสร้างระดับพรีเมี่ยมล้อมรอบบึงธาตุหลวง ฟังตอนแรกอาจจะดูว่าเป็นไปได้ยากหากรัฐบาลจาก สปป.ลาวทำด้วยตัวเองทั้งหมด แต่ทุกอย่างกลับเป็นไปได้มากทันที เมื่อทางรัฐบาลได้พาร์ทเนอร์ระดับโลกเข้ามาช่วยเหลือ ยักษ์ใหญ่ของโลกเข้ามาดูแล พาร์ทเนอร์ระดับโลกในครั้งนี้ของทาง สปป.ลาว นั่นคือ เหล่านักลงทุนจากจีนแผ่นดินใหญ่ที่เต็มไปด้วยเงินทุนมหาศาล อีกทั้งพวกเค้ายังมีเครือข่าย คอนเนกชั่นอยู่เต็มไปหมด ไม่ว่าจะสร้างอะไรมีบริษัทจีนรองรับอยู่แล้วเลยไม่ต้องห่วงเลยว่า พวกเค้าจะทำไม่ได้ โดยผู้ได้รับสัมปทานในการพัฒนาพื้นที่บึงธาตุหลวงในครั้งนี้ได้แก่ บริษัท เซี่ยงไฮ้ วันเฟิ่งของประเทศจีน สัญญาระยะยาวและกำไร สัมปทานในครั้งนี้ มองไปแล้วทางนักลงทุนของจีนเองก็ต้องมองถึงกำไรไปแล้ว ส่วนแรกเราไปดูระยะเวลาในสัญญาของสัมปทานครั้งนี้ยาวนานถึง 99 ปี ต้องบอกเลยว่า ทางจีนน่าจะคืนทุนตั้งแต่ 30 ปีแรกแล้วเลยด้วยซ้ำ นอกจากนั้นทางการเนรมิตรบึงธาตุหลวงครั้งนี้ นักลงทุนจะได้รับเงินจากค่าเช่าที่บริเวณนั้นทั้งหมด จากนั้นจะหักรายได้ 50% ของค่าเช่าให้ทาง สปป.ลาวให้ด้วย ศูนย์กลางการค้าการลงทุนของประเทศและภูมิภาคอย่างนี้รายได้เห็นๆ ได้ข่าวว่าเริ่มมีนักลงทุนเข้าไปจับจองพื้นที่กันแล้ว ช่องทางอันน้อยนิดของไทย นอกจากนั้นจุดแข็งของบึงธาตุหลวงคือการตั้งอยู่ที่จุดศูนย์กลางและทำเลที่ดีในการเชื่อมต่อกับประเทศอื่นใกล้เคียงไม่ว่า ไทย เวียดนาม กัมพูชา หากเมืองนี้เสร็จล่ะก็อาจจะเป็นไปได้เลยว่า จุดศูนย์กลางเรื่องต่างๆอาจจะได้ย้ายมาอยู่ที่นี่ก็เป็นได้ ส่วนไทยเราอาจจะมีเพียงแค่ส่วนน้อยในการเช่าพื้นที่เท่านั้น ดูแล้วไม่มีช่องทางที่จะแทรกขึ้นไปได้เลย น่ากลัวว่าพอตรงนี้เสร็จแล้วไทยเราคงดร็อปลงไปเยอะทีเดียว แต่ทาง สปป.ลาวเองก็มีจุดเสี่ยงเหมือนกัน การที่เมืองจู่ๆ ขยายออกไปเป็นสิบเท่า ร้อยเท่าแบบนี้ น่าจะกระทบต่อสภาพแวดล้อมและสังคมของ สปป.ลาวเหมือนกัน มาดูกันว่าพวกเค้าจะต้านรับคลื่นทุนนิยมนี้ได้มากน้อยแค่ไหน

Read More

MEPS เผยปี 2017 ยอดผลิตเหล็กกล้าไร้สนิมกำลังจะได้ทำลายสถิติสูงสุด

zgjh88-Stainless steel

บริษัท MEPS เป็นบริษัทที่คอยรวบรวมข้อมูลข่าวสารทางด้านการค้าของเหล็กซึ่งเป็นบริษัทรายใหญ่ชั้นนำของโลกโดยทาง MEPS ได้ออกมาเปิดเผยถึงการคาดการณ์อย่างมีระบบในอนาคต ของการผลิตเหล็กกล้าไร้สนิมหรือ Stainless ของโลก จากการรวมรวมข้อมูล ซึ่งได้มีการทำสถิติสูงสุดครั้งใหม่ในปี 2017 เพิ่มขึ้นไปเป็นจำนวน 47.5 ล้านตัน เรียกได้ว่ามีการขยายตัว 3.75% หากเทียบกับปีก่อนหน้าคือ 45.8 ล้านตัน บริษัท MEPS มีการคาดเดาว่าจำนวนการผลิตเหล็กกล้าไร้สนิม เหล็ก Stainless ในทุกส่วนจากทั่วโลกมีอัตราขยายตัวเพิ่มขึ้นจากทั้งหมดของปี 2017 หลังจากที่มันได้มีการหดตัวลงจากตลอดระยะเวลา 12 เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยอดของการสั่งผลิตของประเทศจีนรวมทั้งประเทศที่กำลังพัฒนา โดยบริษัท MEPS ได้คำนวณเอาไว้ล่วงหน้าว่ายอดการผลิตเหล็กกล้าไร้สนิมหรือเหล็ก Stainless ของจีนในปีนี้น่าจะ เพิ่มขึ้นประมาณ 15% เมื่อเทียบกับปีก่อน จะอยู่ประมาณ 25 ล้านตัน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนออกมาได้ 55% ของยอดการผลิตเหล็กกล้าไร้สนิม เหล็ก Stainless จากทั่วโลก ส่วนในเรื่องของการส่งออกเหล็กกล้าไร้สนิมหรือเหล็ก Stainless ของจีนในปี 2017 ทาง MEPS คาดไว้ว่ายอดการส่งออกน่าจะมีการหดตัวลงเพราะมีสาเหตุมาจากการประกาศใช้มาตรการกีดกันทางการค้าของสินค้าเหล็กอันมาจากจีนมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในปีที่ผ่านมา โดยจำนวนการผลิตเหล็กกล้าไร้สนิมหรือเหล็ก Stainless จากสหรัฐฯ ในปี 2016 ที่ผ่านมาเป็นจำนวน 2.5 ล้านตัน ซึ่งได้ถือว่าสามารถขยายตัวได้อย่างพอสมควร 6% หลังจากมีการหดตัวเล็กน้อยภายในปี 2015 และสำหรับในปี 2017 นี้ MEPS คาดว่าจำนวนการผลิตเหล็กกล้าไร้สนิม หล็ก Stainless ของสหรัฐฯ น่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้น 2% หากเทียบกับปีก่อนหน้า ยอดการผลิตเหล็กกล้าไร้สนิม เหล็ก Stainless ของไต้หวันกลับมีการฟื้นตัวขึ้นมาอย่างแข็งแกร่งในปี 2016 ที่ผ่านมา มียอดของการผลิตอยู่ในระดับมากกว่าจำนวน 1.25 ล้านตัน ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกหากนับมาตั้งแต่ปี 2010 หรือ…

Read More

Slab ราคาในตลาดร่วงที่ยังคงต่ำกว่าราคา Billet

zgjh88-wsj

ในเดือนพฤษภาคม พบว่าการซื้อขาย Slab ในตลาดโลกอยู่ใต้แรงกดดันจากการที่ราคาของถ่านหินและสินแร่ลดลง บวกกับปัจจัยพื้นฐานได้อ่อนกำลังลง เพราะราคาเหล็กแบนในจีนลดต่ำลง นอกจากนี้ยังมีข้อมูลเพิ่มเติมมาว่า ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา การซื้อขาย Slab มีการชะลอตัวเนื่องจากมีความต้องการลดลง ส่งผลให้ราคาซื้อขาย Slab ลดลงอยู่ในราคาต่ำกว่าราคาซื้อขาย Billet เพราะต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ทั้งนี้การซื้อขาย Slab ในตะวันออกกลางรวมทั้งบางประเทศในแถบเอเชียชะลอตัวลง เพราะยังอยู่ในช่วงเดือนรอมฎอน ส่วนการซื้อขาย Billet ได้รับแรงช่วยเหลือจากราคาราคาเหล็กอันเพิ่มสูงขึ้นในประเทศจีน แต่อย่างไรก็ตามจากการเพิ่มขึ้นของราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนทั้ง HRC และ HRP ในประเทศจีนถือข่าวดีสำหรับราคาซื้อขาย Slab อันจะเกิดขึ้นในอนาคต ทางฝั่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงครึ่งแรกเดือนพฤษภาคม พบว่ามีผู้จอง Slab จากบราซิล รัสเซีย ไปยันผู้ผลิตรายอื่นๆในภูมิภาค ซึ่งราคาสั่งจองมีประมาณ $415-420 ต่อตัน เพราะราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนของจีนลดลง จึงทำให้ผู้ซื้อทั้งหลายต่างคาดคะแนว่าราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนจะตกลงไปประมาณ $400 ต่อตัน นอกจากนี้ ผู้ซื้อในอินโดนีเซียมีการสั่งจอง Slab จากบราซิลไป 40,000 ตัน ในราคาต่ำกว่า $405 ต่อตัน สำหรับการซื้อขาย Slab ของมาเลเซีย ผู้ซื้อในประเทศสั่งจอง Slab ไป 30,000 ตัน ในราคาซื้อขาย $400 ต่อตัน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาเสนอขาย Slab ส่วนราคา Slab ในบริเวณละตินอเมริกาตกลงมาอย่างมากในเดือนพฤษภาคม และเมื่อเร็วๆนี้ ผู้ผลิตในบราซิลยังได้ทำการลดราคาขายลงมาอยู่ที่ $380-385 ต่อตัน สินค้าจำนวนมากที่มาจากละตินอเมริกาได้ถูกจำหน่ายไปยังตุรกีและอิตาลีในราคาซึ่งต่ำกว่า $380 ต่อตัน ขณะเดียวกันการประเมินราคารายสัปดาห์ของ Metal Bulletin ที่ส่งออกจากลาตินอเมริกามีประมาณ $395-410 ต่อ อีกทั้งยังพบความผันผวนของราคา Slab ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ส่วนราคาต้นทุนของการขนส่งไปยังปลายทางอยู่ที่ 11-15 เหรียญต่อตันแต่ก็ขึ้นอยู่กับน้ำหนักด้วย โดยในเดือนมิถุนายนพบการติดขัดตามความต้องการของตลาดยุโรป…

Read More

เผยยอดการผลิตเหล็กดิบในเดือนเดือนพฤษภาคม 2017 ของจีนขยายตัวเพิ่มขึ้น 1.8%

zgjh88_XL

สถิติจำนวนการผลิตเหล็กดิบของจีน ในช่วงเดือน 5 ในปี 2017 มีอัตราการขยายตัว 1.8% หรือ 72.26 ล้านตัน ยอดเหล็กสำเร็จรูปอยู่ที่ 95.78 ล้านตัน มีการหดตัว 0.1% และ 1.9% y-o-y ตามลำดับ ในด้านยอดการผลิตเหล็กดิบเฉลี่ยออกมาเป็นรายวัน 2.331 ล้านตัน เท่ากับมีการลดลง 3.9% m-o-m ยอดการผลิต pig iron รวมทั้งสินค้าเหล็กสำเร็จรูปเฉลี่ยออกมาเป็นรายวัน 1.9913 ล้านตัน และ 3.0897 ล้านตัน นับว่าลดลงหากเทียบกับเดือนที่ผ่านมาได้ 4.5% และ 2.3% ตามลำดับ ส่วนยอดการผลิตเหล็กดิบ pig iron รวมทั้งสินค้าเหล็กสำเร็จรูปภายใน 5 เดือนแรกอยู่ที่ 346.83 ล้านตัน , 300.47 ล้านตัน และ 453.68 ล้านตัน เท่ากับเพิ่มขึ้น 4.4% 3.3% และ 0.8% ตามลำดับ สำหรับยอดการบริโภคเหล็กดิบของจีนในเดือน 5 ในปี 2017 มีจำนวน 66.04 ล้านตัน เรียกได้ว่าเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วจำนวน 3.91 ล้านตัน เท่ากับ 6.3% ส่วนยอดของเหล็กสำเร็จรูปอยู่ที่ 89.91 ล้านตัน ขยายตัว 0.6% y-o-y ‘ปีที่ผ่านมาคือ 27.53 ล้านตัน หรือ 9.5% ส่วนยอดการผลิตสินค้าเหล็กสำเร็จรูปอยู่ที่ 425.16 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 15.78 ล้านตัน หรือ 3.9%…

Read More

ราคาเหล็กเส้นในจีนพุ่งขึ้นสูงมาก

zgjh88_Steel

ราคาเหล็กเส้นจากประเทศจีน อาจพุ่งสูงขึ้นอย่างเนื่องในอีก 3 เดือนถัดจากนี้ เนื่องจากความต้องการในจีนสูงขึ้น ทางรัฐบาลยื่นมือเข้ามาช่วยควบคุมการผลิต Tata steel อีกทั้งยังออกมาเตือนผู้ใช้อย่าตื่นตระหนกเร่งสต็อกจนเกินไป หลังเดือนสิงหาคม ราคาอาจลดลง เพราะเข้าสู่ช่วงหน้าฝน แต่ในตอนนี้การผลิตจากโรงงานที่จีนซึ่งได้หยุดพักไป ได้ทยอยกลับมาผลิตอีกครั้ง จากราคาเหล็กที่สูงดังกล่าว เป็นไปตามกลไกลของราคาเหล็กโลกซึ่งได้มีการปรับให้สูงขึ้น อันมีปัจจัยต่อเนื่อง มาจากภาวะถดถอยของจีนในก่อนหน้านี้ จึงทำให้มีการใช้เหล็กในประเทศลดลง ทำให้เหล็กในประเทศล้นเป็นจำนวนมาก ขนาดที่เกินความต้องการกว่า 400 ล้านตัน ส่งผลให้ราคาเหล็กตกต่ำ ถึงรัฐบาลจะช่วยให้ส่งไปประเทศอื่นก็ตามที มันเป็นช่วงขาลง จนผู้ผลิตเหล็กจำนวน 22 ราย จากจำนวนทั้งหมด 33 ราย ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ต้องขาดทุนในปีที่ผ่านมา นอจากนี้หากรวมบริษัทซึ่งอยู่นอกตลาดด้วย ก็จะคิดเป็น 80 % ของผู้ผลิตเหล็กในประเทศจีนทั้งหมด ล้วนตกอยู่ในสภาพขาดทุนตามๆกันไป จึงเป็นสาเหตุในช่วงที่ผ่านมาจึงมีการปิดโรงงานผลิตเหล็กในประเทศจีนไปเป็นจำนวนมาก แต่ตอนนี้ที่ราคาเหล็กมีการปรับตัวสูงขึ้น ได้ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการซึ่งใช้เหล็กเส้นในประเทศไทย เกิดความวิตก และเร่งมือสั่งซื้อเพื่อนำมาสต็อกไว้ เนื่องจากกลัวว่าราคาจะมีการปรับตัวสูงขึ้นอีก จนก่อให้เกิดกระแสขาดแคลนเหล็กเส้น ทั้งที่ความจริงแล้ว มันเป็นความต้องการเทียมอันเกิดจากการเร่งสต็อกมากกว่า บวกกับความต้องการเหล็กเส้นมีแค่ 4 ล้านตัน/ปี แต่มีกำลังการผลิตถึง 7-8 ล้านตัน/ปี เพราะฉะนั้นในฐานะผู้ผลิตสามารถยืนยันได้ว่า การผลิตเหล็กเส้นในประเทศจะไม่ขาดแคลนอย่างแน่นอน อีกทั้งทางด้านสมาคมผู้ผลิตเหล็กทั้งหมด 7 องค์กร ได้ส่งหนังสือไปยังผู้แทนจำหน่ายทุกราย ทั้งนี้เพื่อเป็นการย้ำว่าต้องส่งสินค้าให้ตรงเวลา เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ลูกค้าเกิดความวิตกกับกระแสข่าวว่าเกิดความขาดแคลน เพราะฉะนั้นเมื่อมีกำลังการผลิตจากโรงงานจีนเพิ่มขึ้นมาอีกทาง ผสมกับความไม่เสถียรของการเก็งกำไร รวมทั้งการเข้าสู่หน้าฝน ล้วนมีโอกาสให้ราคาเหล็กเส้นปรับตัวลดลงได้อีก ส่วนคำถามว่าจะลงมาอยู่ในระดับใดนั้น ยังต้องดูตัวแปรอื่นๆประกอบเข้าไปอีก ทางด้านความต้องการใช้เหล็กของประเทศในปีนี้ อาจะมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นมา 5 % ตัน เพิ่มขึ้นมาจำนวน 17.5 ล้านตัน แน่นอนว่าปริมาณที่เพิ่มขึ้นมานี้ มาจากการผลิตในประเทศเป็นหลัก อีกทั้งการนำเข้าจากต่างประเทศจะลดน้อยลง เพราะทางภาครัฐออกมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดหรือ AD ออกมาปกป้องแล้ว

Read More

ตลาดเหล็ก,อลูมิเนียมมีสั่นคลอน หลังทรัมป์จะออกกฎหมายของตลาดเหล็กใหม่เร็วๆ นี้

zgjh88_usa-trump-steel

ประธานาธิบดี Donald Trump ได้ออกมาเปิดเผยว่า ทางสหรัฐกำลังจะเร่งมือออกกฎหมายฉบับใหม่เพื่อเป็นการตอบโต้การทุ่มตลาดเหล็กรวมทั้งอลูมิเนียมจากชาติอื่นๆ นาย Donald Trump กล่าวในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ว่า ทางสหรัฐจะทำการเร่งมืออย่างเต็มที่ในการเพิ่มบทบัญญัติมาตรการตอบโต้ในเรื่องของการส่งออกตลาดเหล็กกับอลูมิเนียมซึ่งมีราคาถูกในประเทศ เพราะจากปัญหาดังกล่าวมันได้สร้างผลกระทบต่อแรงงานชาวอเมริกันเป็นอย่างมาก สำนักข่าว kyodo รายงานว่า จากมาตรการตอบโต้ดังกล่าวมันได้ฉายให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งได้มีการลงมือสืบสวนในการทุ่มตลาดของผลิตภัณฑ์เหล็กและอลูมิเนียมซึ่งนำเข้ามาจากต่างประเทศ นอกจากนี้ยังรวมถึงปริมาณการผลิตเหล็กซึ่งเป็นส่วนเกินของประเทศจีน รวมทั้งการนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมที่มีการเพิ่มขึ้นอันเนื่องมาจากการให้เงินอุดหนุนของรัฐบาล ด้านนาย Sean Spicer ผู้เป็นโฆษกของทำเนียบขาว ระบุว่า นาย Wilbur Ross รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐ อาจจะเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการทบทวนมาตรการดังกล่าวภายในสัปดาห์นี้ นาย Sean Spicer กล่าวว่าหากการพิจารณาทบทวนครั้งนี้สิ้นสุดลง ก็จะมีการยื่นร่างกฎหมายดังกล่าวต่อสภา Congress ในการจัดการกับปัญหาของการทุ่มตลาดในผลิตภัณฑ์สินค้าจำพวก เหล็ก , อลูมิเนียม , สินค้าอื่นๆ อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลของนาย Donald Trump ได้ประกาศใช้มาตรการควบคุมการนำเข้าเหล็กรวมทั้งสินค้าชนิดอื่นๆ เมื่อไหร่ มันก็อาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการชาวญี่ปุ่นที่มีความต้องการส่งเหล็กไปยังสหรัฐ ซึ่งนาย Donald Trump เคยประกาศออกมาว่าให้ลดการขาดดุนทางการค้าของสหรัฐ เพื่อให้หันมาสร้างงานในภาคการผลิตแทน ภายใต้นโยบายทางด้านเศรษฐกิจ อีกทั้งยังมีความต้องการในการเจรจาทางด้านการค้ากับจีนและแม็กซิโกใหม่อีกด้วย โดยมีการเปิดเผยจากทางสำนักข่าวออกมาว่า คำสั่งฉบับใหม่ที่ว่านี้เป็นผลมาจากกการนำเข้าแบบทุ่มตลาดอันมีราคาตกต่ำกว่าทุน รวมทั้งได้รับเงินอุดหนุนอย่างมาเป็นทำจากรัฐบาลของต่างชาติหรือไม่นั่นเอง นั่นหมายความว่าจะก่อให้เกิดการเก็บภาษีนำเข้าเพิ่ม แต่ไม่ว่าการตัดสินใจใดๆก็ตาม ในเรื่องของการกำหนดมาตรการลงโทษ ล้วนขึ้นอยู่กับผลที่สอบออกมา ไม่ใช่มีการสรุปเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยก่อนหน้านี้สำนักข่าวแห่งหนึ่งได้เปิดเผยออกมาว่าคำสั่งฉบับนี้พุ่งเป้าตรงไปที่เหล็กกล้ากับอลูมิเนียม นับเป็น 2 ภาคอุตสาหกรรมที่ต้องทำการปกป้องจากการนำเข้ามาจากจีน นอกจากนี้ยังได้มีการระบุอีกว่าคำสั่งฉบับนี้อาจพุ่งไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านซึ่งผู้ผลิตจากเกาหลีใต้รวมทั้งโรงงานในจีนล้วนมีการครอบครองส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ด้วย

Read More