EU หาทางป้องกันการทะลักของสินค้าเหล็ก จากสหรัฐฯ

zgjh88-PHOTO

จากแหล่งข่าวได้เปิดเผยว่า ปัจจุบันคณะกรรมาธิการยุโรปหรือ EU กำลังอยู่ในการพิจารณาแนวทางรวมทั้งมาตรการป้องกันตนเอง เพื่อช่วยลดผลกระทบจากการทะลักของสินค้าจำพวกเหล็ก จากการที่สหรัฐอเมริกา ใช้มาตรา 232 ของกฎหมาย Trade Expansion Act of 1962 โดยจะมีการประกาศการใช้ภายในอาทิตย์หน้า
ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นาย Wilbur Ross ได้ออกมากล่าวถึงขันตอนการไต่สวนของสินค้าเหล็กนำเข้าซึ่งสร้างผลกระทบต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา และนาย Wilbur Ross ได้ให้ความเห็นว่าอาจจะมีการใช้นโยบายทางการค้าระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น เช่น การเพิ่มอัตราภาษี , การจำกัดโควต้าการนำเข้า หรืออาจจะเป็นทั้ง 2 มาตรการเลยก็ได้
ส่วนทางด้านผู้ผลิตเหล็กของยุโรปต่างก็ออกมาเรียกร้องรวมทั้งแสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์ดังกล่าวว่า หากประธานาธิบดี Donald Trump ประกาศใช้นโยบายดังกล่าวจริงอาจจะก่อให้เกิด คลื่นยักษ์สึนามิของวงการเหล็ก หรือ การล้นทะลักอย่างมหาศาลของสินค้าเหล็ก ซึ่งเข้ามาในตลาดยุโรปแน่นอนว่ามันต้องเป็นการสร้างความเสียหายให้กับผู้ผลิตในยุโรปเป็นจำนวนมากเลยทีเดียว
ทางแหล่งข่าวเชื่อว่าสำหรับเหตุการณ์นี้ทาง EU น่าจะมีการตอบสนองต่อนโยบายดังกล่าวนี้เหมือนกับในมัยตอนที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้เช่นเดียวกันในปี ค.ส. 2002 ซึ่งตอนนั้นประธานาธิบดี George W bush ของสหรัฐฯ ได้อาศัยอำนาจของกฎหมายมาตรา 201 เพื่อประกาศเพิ่มภาษีนำเข้าเหล็กเป็นจำนวน 30% ในระยะเวลา 3 ปี มาตรานี้ถูกใช้สำหรับการนำเข้าสินค้าเหล็กจำนวน 8 ชนิด จากทั้ง 16 ประเทศ ต่อมาในปี ค.ส. 2012 ทาง EU ได้ออกมาโต้ตอบด้วยการกำหนดโควต้าการนำเข้าสินค้าเหล็กโดยไม่เลือกปฏิบัติ ซึ่งก็คือ กำหนดให้ปริมาณโควตาเหล็กที่นำเข้าในปี ค.ส. 2002 ให้ไม่เกินปริมาณนำเข้าเหล็กของในปี ค.ส. 2001 แต่ในตอนนี้ทางยุโรปก็ยังไม่ได้ตอบสนองต่อข้อเรียกร้องดังกล่าวจากผู้ผลิตเหล็ก
ต่อมานักเศรษฐศาสตร์คนหนึ่งซึ่งเขาเคยทำงานเป็นที่ปรึกษาให้กับประธานาธิบดีของสหรัฐรุ่นเก่าๆ ได้ส่งหนังสือไปยังทำเนียบขาวโดยระบุว่า ท่านกำลังใช้อำนาจตามมาตรา 232 เพื่อทำการจัดเก็บภาษีนำเข้าเหล็ก เนื่องจากเชื่อว่ามันเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ จึงส่งหนังสือมาขอเรียกร้องให้ยุติการดำเนินการเช่นนี้
ต่อมาสำนักข่าว Xinhua ได้รายงานว่า เมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี Donald Trump ได้ทำเข้าเหล็กที่มาจากต่างประเทศ ภายใต้มาตรา 232 โดยการดำเนินงานดังกล่าวดูเหมือนกับนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการค้าเพื่อไม่ให้การนำเข้ามากเกินไป จากเหตุผลที่กล่าวอ้างว่าเป็นการปกป้องความมั่นคงของชาติ แต่ในขณะเดียวกัน เหล่าผู้เชี่ยวชาญทางด้านการค้าของประเทศสหรัฐก็ได้ออกมาปรามการกระทำดังกล่าวว่า การดำเนินงานเช่นนี้จะสร้างผลเสียต่อการผลิตของสหรัฐอย่างแน่นอน

http://fifa555live.over-blog.com/2019/04/.html

Related posts